การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2025” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-2 เมษายน โดยใช้เส้นทางทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,071.12 กิโลเมตร

สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันประเภททีมหญิง สเตจที่ 3 (สเตจสุดท้าย) เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่สนามกีฬาจังหวัดสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ได้รับเกียรติจาก นายปริญญา โพธิ์สัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (เอซีซี), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ), รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมในพิธี

ผลการแข่งขันสเตจที่ 3 เส้นทางแบบเซอร์กิตรอบองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จำนวน 9 รอบครึ่ง รอบละ 8 กิโลเมตร ระยะทางรวม 76.35 กิโลเมตร ปรากฏว่า “ผู้กองบีซ” ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ไม่ทำให้แฟน ๆ ผิดหวังปั่นเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าแชมป์สเตจที่ 3 ไปครอง โดยมี เจียหลี่ ลุย นักปั่นทีมหลี่หนิงสตาร์ของจีน เข้ามาเป็นอันดับ 2 และ วิง เซอ หลี นักปั่นทีมชาติฮ่องกง เข้าเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 1.48.42 ชั่วโมงเท่ากัน ขณะที่นักปั่นไทยคนอื่นที่ทำผลงานดีที่สุดได้แก่ “ตาล” น.ส.กมลรดา ขาวปลอด นักปั่นทีมชาติไทย ที่เข้าอันดับ 6 และ “เนเน่” น.ส.รุ่งนภา กุศล นักปั่นทีมชาติไทย ที่ได้อันดับ 8 เวลา 1.48.42 ชั่วโมงเท่ากัน

ส่วนแชมป์เจ้าความเร็ว หรือ Intermediate Sprints จุดที่ 1 (IS1) เป็นของ “บีม” ส.ท.หญิง ชนิภรณ์ บัตริยะ นักปั่นทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง โดยมีจุฑาธิป เข้าเป็นอันดับ 2 ส่วนเจ้าความเร็ว จุดที่ 2 (IS2) เป็นของ นูร์ ไอชาห์ โมฮัมหมัด ซูบีร์ นักปั่นทีมชาติมาเลเซีย ส่วนจุฑาธิป ได้อันดับ 4 ขณะที่รางวัลนักกีฬาบู๊ยอดเยี่ยม (Most Combative Rider) ประจำสเตจที่ 2 ได้แก่ “ปอมมี่” น.ส.ณภัสสร ปัญญาวุฒิไกร นักปั่นทีมชาติไทย

จากชัยชนะทั้ง 3 สเตจของ จุฑาธิป ทำให้คว้ารางวัลชนะเลิศผู้นำเวลารวม ด้วยเวลา 6.33.53 ชั่วโมง ได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมได้รับ “เสื้อเหลือง” นอกจากนี้จุฑาธิป ยังได้รางวัลชนะเลิศผู้นำคะแนนรวมเจ้าความเร็ว ได้ 54 คะแนน ได้ครองเสื้อเขียว และได้รางวัลชนะเลิศนักปั่นยอดเยี่ยมอาเซียน (Best Asean Rider) ได้ครองเสื้อม่วงอีกเช่นกัน

ขณะที่รางวัลนักปั่นยอดเยี่ยมอายุไม่เกิน 25 ปี (Best Young Rider) ก็ยังเป็น วิง เซอ หลี นักปั่นทีมชาติฮ่องกง ด้านชนะเลิศทีมเวลารวม ได้แก่ ทีมชาติฮ่องกง เวลา 19.43.37 ชั่วโมง โดยมีทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้อันดับ 2 ด้วยเวลา 19.43.37 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้รางวัลชนะเลิศทีมเวลารวมอาเซียน โดยมี ทีมชาติอินโดนีเซียได้ที่ 2 และทีมชาติไทยได้ที่ 3

ส่วนอันดับเวลารวมของนักปั่นไทยคนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ “บีม” ส.ท.หญิง ชนิภรณ์ บัตริยะ ทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้อันดับ 6 เวลา 6.34.23 ชั่วโมง, “ไก่” ส.อ.หญิง ศุภักษร นันตะนะ ทีมไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ได้อันดับ 10 เวลา 6.34.23 ชั่วโมง, “เนเน่” น.ส.รุ่งนภา กุศล ทีมชาติไทย เวลา 6.34.34 ชั่วโมง

หลังการแข่งขัน “บีซ” จุฑาธิป กล่าวว่า การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2025” ในปีนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยได้แชมป์สเตจทั้ง 3 สเตจ และคว้ารางวัลชนะเลิศเวลารวมได้ครองถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ทุกคนในทีมวางเอาไว้ ขอขอบคุณแฟน ๆ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วที่ออกมาเชียร์ตลอด 2 ข้างทาง ขอบคุณชาวไทยทั่วประเทศที่ชมการถ่ายทอดสด ขอบคุณ พลเอกเดขา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ที่เชื่อมั่นและให้โอกาสตนเองมาโดยตลอด ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคน รวมทั้งสต๊าฟโค้ชที่ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ขอฝากให้พี่น้องประชาชนชาวไทยช่วยเชียร์พวกเราต่อในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในช่วงปลายปีนี้ด้วย

ด้าน พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมายทุกประการโดยทีมชาย ติดอันดับ 1 ใน 20 เวลารวมพร้อมได้ชนะเลิศเจ้าอาเซียน ส่วนทีมหญิงได้แชมป์ทุกรายการทั้งประเภททีมและบุคคล ขณะที่นักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่ก็สร้างผลงานได้ดี ต้องชื่นชมจุฑาทิปที่สามารถสั่งการคุมเกมได้ตลอดทั้ง 3 วัน เพราะมีนักปั่นชาติอื่น ๆ พยายามสอดแทรกขึ้นมาตลอดอย่างเช่น เวียดนาม ที่มีถึง 2 ทีม รวมทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่จะมาคอยป่วนในเกม หลังจากนี้จุฑาธิปจะไปอบรมผู้ฝึกสอน Level 3 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหน้านี้ พ.อ.อ.ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ และ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ วรรณศรี ได้เดินทางไปล่วงหน้าแล้ว ทั้ง 3 คนจะใช้เวลาอบรมประมาณ 1 เดือน เมื่อผ่านการอบรมแล้วก็จะกลับมาช่วยพัฒนาทีมชาติไทยต่อไป

“หลังจากหยุดพักเทศกาลสงกรานต์ก็จะเข้าสู่การเตรียมทีมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 13 ซึ่งมีการชิงชัยทั้งหมด 17 เหรียญทอง ครบทั้ง 4 ประเภทคือ ถนน, ลู่, บีเอ็มเอ็กซ์ และเสือภูเขา ซีเกมส์ครั้งนี้ถือว่าเป็นศึกหนัก เพราะทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นคู่แข่งสำคัญ เราจะประมาทใครไม่ได้เลย ดังนั้นหากเรามีข้อบกพร่องอะไรสต๊าฟโค้ชต้องนำไปแก้ไขปรับปรุง สิ่งสำคัญที่สุดคือนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ให้เต็มที่ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ติดตามการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม จนกระทั่งถึงวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันมหามงคล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ก่อนแข่งขันตนได้ให้โอวาทแก่นักกีฬาว่า วันนี้ขอให้มีของขวัญถวายแด่พระองค์ด้วยชัยชนะทุกตำแหน่งที่สามารถมีได้ และทุกคนก็สำเร็จ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ” พลเอกเดชา กล่าวในตอนท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน