เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย มืออันดับ 6 ของโลก และเจ้าของ 4 เหรียญทองซีเกมส์ ได้เดินทางไปที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือของถอนตัวจากมหกรรมกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการเก็บตัว ซึ่งไม่ได้รับการดูแล จากสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ที่ดีพอ โดยมีนายอุดมศักดิ์ ชื่นครุฑ เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย และนายกล้าณรงค์ ยงสุวรรณ หัวหน้างานธุรการ และสารบรรณ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนรับเรื่องดังกล่าว

“หมิว” พรปวีณ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งปัจจุบันเป็นนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ทำให้วงการแบดมินตันไทย เติบโต และมีชื่อเสียง มาจนถึงวันนี้ แต่ปัญหาของสมาคมฯ ที่ยังมีอยู่ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ นักกีฬาเจออะไรบ้าง ก็ยังเป็นนักกีฬาที่แก้ปัญหาด้วยตัวเองมาโดยตลอด จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เราอยู่ภายใต้สังกัดสโมสร เราไม่ได้รับการดูแล อย่างเต็มที่ และยังมีอีกหลายๆเรื่อง ทำให้เราไม่สามารถจะร่วมงาน หรือปฏิบัติงานภายใต้สมาคมฯ ชุดนี้ได้แล้ว

“การมายื่นจดหมาย เพื่อถอนตัว ซีเกมส์ ครั้งนี้ หมิวอยากจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ถ้าวงการแบดของเรายังเป็นอย่างนี้ รุ่นน้องในภายภาคหน้า จะไม่สามารถเติบโต อย่างมั่นคงได้แน่นอน วันนี้ที่หมิวออกมาพูด หมิวอยู่ในจุดที่เป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคน ว่าหากคุณออกมาเป็นเด็กนอกสมาคมฯ จะต้องเจออะไรบ้าง ต้องรับสถานการณ์ที่เราไม่รู้ว่าโดนกลั่นแกล้งหรือเปล่า หรือเป็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งทำให้รู้สึกน้อยใจ ไม่ได้รับการใส่ใจ และไม่ได้รับการดูแล”

“ยกตัวอย่าง น้องที่เป็นประเด็นก่อนหน้านี้คือ “มิกซ์” รัชพล มรรคศศิธร และ “หว่าหวา” นัทธมน ไล้สวน เจ้าของตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย ประเภทคู่ผสม ปี 2024 ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ในประเภทคู่ผสม ซีเกมส์ ซึ่งจริงๆ หมิว ติดตามข่าว และเป็นเเพื่อนกับ หว่าหวา ตีแบดกันมาตั้งแต่เยาชน และเรารู้ถึงความพยายาม ตลอด 20 กว่าปี ที่เขาทำมาเพื่อที่จะติดทีมชาติ เขาทุ่มเทขนาดนี้ วันนี้เขาทำตามกฏทุกอย่างที่เข้าเกณฑ์แล้ว แต่ก็มีอะไรก็ไม่รู้ทำให้เขาหลุดทีมชาติได้ หมิวยอมรับในกฎกติกา ที่ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาฯ ชุดนี้ตั้งใจให้ซีเกมส์ เป็นการแข่งขันที่เราได้เหรียญทอง และหมิวคิดว่า การส่งชุดใหญ่ลง ก็ไม่มีผิดมีถูก เราสามารถส่งชุดใหญ่ได้ แต่คุณต้องคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง แล้วเด็กที่เขาทำตามสิทธิ์มา เขาได้รับการเยียวยาอย่างไร ให้เขารู้สึกว่าโอเคว่า เราไม่ติดทีมชาติ แต่เราได้อย่างนั้นอย่างนี้นะ”

“คิดว่าทุกคนเข้าใจกับการตัดสินใจของสมาคมฯ แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือสมาคมฯบอกให้เขาไปฟ้องร้องกันเอง เพื่อที่จะได้รับความเป็นธรรม ก็เลยรู้สึกว่า สมาคมฯ เหมือนเป็นผู้ปกครอง แล้วเด็กมีปัญหา ก็ควรที่จะแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่าให้ไปฟ้องร้องเพื่อความเป็นธรรมเอาเอง”

“สิ่งที่หมิวต้องการวันนี้ คืออยากให้เปลี่ยนแปลงคณะฝ่ายพัฒนาฯ ที่ไม่สามารถคอมโพรไมส์ กับนักกีฬาได้ หนูอยู่สมาคมฯ รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร อยากให้เขาเห็นใจเด็กบ้าง โดยเฉพาะคนที่ที่ไม่ได้อยู่กับสมาคมฯ

“หมิว”เผยอีกว่า เรื่องเบี้ยเลี้ยง ไม่ได้ติดใจอะไร ที่เขาหักเงินไม่ซีเรียส ซึ่งการที่ตนถอนตัวจากการแข่งขัน ก็ยินดีคืนเงินที่ได้รับมาแล้วทั้งหมด แต่ว่าสิ่งที่ไม่รู้สึกว่าสมาคมฯ ดูแลเราก็คือ แบดมินตันแข่งทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แต่ทำไมสมาคมฯ ไม่แจ้งให้ กกท. รับทราบเลยหรอว่า เราไม่สามารถเดินทางมาทดสอบสมรรถภาพร่างกายได้ หรือสามารถมาได้ช่วงไหน สามารถผ่อนผันให้ได้หรือไม่ ซึ่งเราไม่ได้รับการประสานจากสมาคมฯ เลยว่าต้องกลับมาทดสอบช่วงไหน หรือถ้าไม่ทดสอบเราจะถูกหักเงิน ซึ่งนักกีฬาทุกคนไม่มีใครทราบกฏข้อนี้เลย ก็ทำให้รู้สึกว่า ค่อนข้างที่จะน้อยใจ ที่ไม่ได้ดูแล เราอย่างดี

“ทุกการฝึกซ้อมของหนู จ่ายเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าซ้อม อุปกรณ์ ลูกแบด ยิ่งลูกแบดตอนนี้แพงขึ้นมาก ก็เลยค่อนข้างหนัก”

“หมิว ยินดีที่จะปรีซีเกมส์ เพราะชุดนี้ก็เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง หนูทุกคน ก็อยากช่วยเพื่อน ช่วยประเทศชาติให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องสมาคม ถ้ามีการพูดคุย กันมากกว่านี้ ในช่วงที่ผ่านมา ก็อาจทำให้รู้สึกดีขึ้น ถ้าหลังจากนี้เขาอยากจะพูดคุย หรือปรับความเข้าใจ ก็ยินดีที่จะร่วมงานกัน ถ้าอยากจะเข้ามาคุย ขอให้เร็ววันที่สุด เพราะต้องมีช่วงเวลาฝึกซ้อม และเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน” หมิวกล่าวปิดท้าย

ด้าน “โค้ชท็อป” ภควัฒน์ วิไลลักษณ์ โค้ชของ “หมิว” พรปวีณ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ในเรื่องการหักเบี้ยเลี้ยง นักกีฬาทราบมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งนักกีฬามีการคุยกันหรือถามมาโดยตอลด ในข้อสงสัย แต่สิ่งที่นักกีฬาอยากได้ไม่ใช่ตัวเงิน แต่อยากได้การแอ็คชั่น หรือ เทคแคร์ จากสมาคมฯ เหมือนที่น้องหมิวบอก สมาคมเหมือนผู้ปกครอง ไม่ว่าจะโดนหักเบี้ยเลี้ยง หรือ ค่าอุปกรณ์เกิคดวามล่าช้า แต่ภาระทุกอย่างกลับมาตกที่นักกีฬา และต้นสังกัด ซึ่งนักกีฬาก็เกิดความน้อยเนื้อใจ ว่านักกีฬาเล่นเพื่อชาติ แล้วสมาคมฯช่วยเหลืออะไร เขาได้บ้าง

“เราไม่ได้เรียกร้องอะไรมากครับ แต่อยากให้สมาคม เห็นใจ และใส่ใจเขามากกว่านี้ สมาคมบอกว่า ต้องการ 2 เหรียญทอง ทุกคนพร้อมสู้ น้องหมิว พร้อมรับใช้ชาติ ขนาดต้องถอนตัวรายการ ออสเตรเลีย โอเพ่น ถอนตัวจากลีกอาชีพที่จีน แต่เมื่อเจอแบบนี้ทำให้เขายิ่งกลับมานั่งคิด ว่าเงินตรงนี้ที่เขาถอนตัว เขาสามารถนำไปใช้จ่าย ในค่าฝึกซ้อมได้ ลูกแบดก็ยังไม่มา มาช้า ก็ต้องไปซื้อเอง เพราะฉะนั้นเขาเลยตั้งคำถามว่า สมาคมที่มีหน้าที่ดูแลนักกีฬาโดยตรง ช่วยอะไรนักกีฬาบ้าง”

“ก่อนที่จะมาวันนี้ นักกีฬา ก็รอ ผมส่งเสียงค่อนข้างดังพอสมควร แต่สมาคมฯ ก็ยังไม่ได้ตอบรับ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องส่งเสียงให้ดังมากกว่าเดิม ไม่ได้ต้องการอะไร ผมเข้าใจนักกีฬา การดูแลนักกีฬา ไม่ใช่ไปบังคับเขาอย่างเดียว มันเป็นหน้าที่ของสมาคมฯ ต้องให้เหตุและผลกับนักกีฬาอย่างไร ในสิ่งที่กระทบแบบนี้”

“น้องไม่ได้มีปัญหากับ กกท หรือ โอลิมปิก น้องยินดีช่วยชาติ เล่นเพื่อชาติ แต่ยังไม่ได้รับฟังเลยว่า สมาคมจะแก้ปัญหาอย่างไร เงินที่น้องถูกหักไป อุปกรณ์ที่ล่าช้า จะต้องทำอย่างไร รวมถึงไม่เคยได้รับแจ้งเรื่องการตัดเงินเบี้ยเลี้ยงตรงนี้ คิดว่าเราควรเข้าใจนักกีฬา และยืนข้างนักกีฬากีฬามากกว่านี้”

ส่วน นายอุดมศักดิ์ ชื่นครุฑ เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราเพิ่งรับทราบ ในกรณีของ “หมิว” พรปวีณ์ สองเรื่อง คือเรื่องการถอนตัวไม่เล่นซีเกมส์ ซึ่งเราต้องรับเรื่องก่อน แล้วก็ปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย แต่เราไม่ได้อยากให้นักกีฬาถอนตัว คงต้องหารือกันก่อนว่าจะมีทางไหน ที่ “หมิว” ซึ่งเป็นนักแบดขวัญใจชาวไทย จะได้กลับมาเล่นในซีเกมส์

กรณีที่สอง ในเรื่องของฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ เรื่องการทดสอบร่างกายที่ หมิวได้แจ้งมา ก็เกี่ยวข้องกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย เช่นกัน ซึ่งการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์, มีนาคม – กรกฎาคม และ สิงหาคม ถึง ข่วงซีเกมส์ ซึ่งที่เป็นปัญหาคือ ช่วง ธันวาคม – กุมภาพันธ์ มีน้องหลายๆคนที่เก็บตัวอยู่กับเรา โดยมี 3 คนที่ มาทดสอบร่างกายช้า จึงถูกตัดเบี้ยเลี้ยงไป แต่เมื่อเข้าช่วงที่สอง ก็ได้รับตามปกติ ซึ่งสมาคมก็พยายามคุยกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย ว่านักกีฬาแบดมินตัน มีช่วงเวลาที่ต้องไปแข่งขันตลอด ก็เป็นเรื่องยากที่ต้องกลับมาทดสอบร่างกายตามกำหนด แต่เนื่องจากการสื่อสาร หรืออะไร ที่อาจทำให้ น้องหมิว ได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ตรงนี้ สมาคมฯ ก็รับเรื่องมา จะปรับปรุง และแก้ไขให้ดีที่สุด

“กกท มีกฏเรื่องช่วงเวลาทดสอบอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจมีการจริงจัง หรือ อะลุ่มอล่วยให้บ้าง เพียงแต่ว่าปีนี้ กกท. มีหลายชนิดกีฬาที่ต้องดูแล และต้องเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ด้วย อาจทำให้เรื่องกฎระเบียบเข้มงวด ตรงนี้ ยอมรับว่าสมาคมฯ อาจไม่ได้สื่อสาร กับนักกีฬาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงเป็นเป็นครั้งแรกที่ กกท. มีการตัดงบประมาณเบี้ยเลี้ยงเก็บตัวครั้งนี้”

“หลังจากนี้จะรอคณะนักกีฬา ที่กลับจากยุโรปอีกชุดหนึ่ง แล้วหารือกันเรื่องซีเกมส์ ถึงข้อแก้ไข ว่าเราจะทำยังไงให้มีทีมที่ดีที่สุดในซีเกมส์ หาทางออกร่วมกัน สมาคมฯยินดีที่จะเจรจา และหารือกับนักกีฬา ซึ่งนักกีฬาที่เป็นซูเปอร์สตาร์ หรือเป็นท็อปของทีมชาติไทย สมาคมฯ ต้องดูแลให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”

“ภายในวัน สองวันนี้ ปรึกษานายกสมาคมฯ เข้ามาแก้ไขเรื่องนี้ อย่างรวดเร็วที่สุด และเรียนปรึกษากับ กกท และโอลิมปิค หาแนวทางร่วม ให้น้องหมิว เล่นซีเกมส์” เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน