สรรวัชญ์ เดชมิตร เปิดใจชีวิตรุ่งเรื่องเที่ยวกินติดผู้หญิง ติดพนัน จนเงินหมด แฟนทิ้ง ชีวิตดิ่งหายไปจากวงการฟุตบอล ได้พ่อแม่และหวานใจคนใหม่ชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง
“แคมป์” สรรวัชญ์ เดชมิตร อดีตกองกลางทีมชาติไทย ที่ขึ้นชื่อเรื่องพรสวรรค์คนหนึ่งของเมืองไทย ออกมาเปิดใจ หลังห่างหายจากฟุตบอลไปนานกว่าปี หลังจากกลับมาจากการค้าแข้งในลีกมาเลเซีย
ล่าสุด สรรวัชญ์ ออกมาเปิดใจอีกครั้งกับ คิดไซด์โค้ง หลังกำลังเปิดอะคาเดมี่ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ เดชมิตรอะคาเดมี่ โดยมี “พี่ดาว” หวานใจคนใหม่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

สรรวัชญ์ กล่าวว่า “หลังจากได้แชมป์ ซูซูกิ คัพ กับทีมชาติไทย และกลับมาจากลีกมาเลเซีย มีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง ก็อินดี้อยากจะพัก บวกกับบ้านเพิ่งซื้อ ก็อยากจะนอนอยู่บ้าน ช่วงนั้นมีหลายทีมในไทยลีกติดต่อมาให้ไปเล่น ก็ไม่เล่น เพราะอยากจะหยุดดูแลบ้าน ใช้เงินที่ได้แชมป์กับทีมชาติมาก่อน
“จริงๆช่วงนั้นพอไปเล่นในลีกมาเลเซีย ก็เริ่มจะห่างกับแฟน สุดท้ายก็เลิกกันไป ทำให้หมดไฟในการทำทุกอย่าง กลับมาไทยเก็บตัวอยู่คนเดียว พ่อแม่ต้องไปขุดออกมาจากบ้าน ทุกอย่ามันดูแย่ไปหมด ตอนช่วงดิ่งแบบสุดๆ ถึงขั้นนอนร้องไห้คนเดียว นั่งในห้องน้ำ 2-3 ชั่วโมง เขียนจดหมายหาพ่อ หาแม่ก็มี มีคนมาหาที่บ้านวิ่งขึ้นไปแอบก็มี ไม่อยากเจอใคร นั่งมองหลอดไฟ คิดถึงขั้นถ้าจะจบชีวิตตัวเอง แต่ก็คิดอีกว่า ถ้าตายพ่อแม่ก็ลำบากอีก มันก็มีคิดมาหมด”
“มีอยู่วันนึงนั่งกินเหล้าเมาอยู่ที่บ้าน พ่อมาที่บ้าน พอเห็นรถพ่อก็วิ่งขึ้นไปแอบในตู้ แต่พ่อมาเจอ พ่อมาเตือนว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้ ดึงผมมากอด บอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็ขอบคุณที่สร้างให้คนรู้จักเดชมิตร ถ้าจะเลิกเล่น จะไปอบรมโค้ชก็ทำ แต่อย่าทำแบบนี้” สรรวัชญ์ กล่าวเสริม
“ต้องยอมรับว่าสมัยก่อนรายได้เยอะ แต่ก็ใช้เยอะใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย สายปาร์ตี้, เที่ยวกลางคืน, เที่ยวผู้หญิง ติดพนัน ว่ากันจริงๆ ถ้าเก็บเงินตั้งแต่ตอนนั้นก็ต้องมีหลัก 10 ล้านแล้ว ช่วงรุ่งๆเดือนๆนึงต้องมีครึ่งล้านปลายๆ แต่ก็ใช้เที่ยวเกือบหมด เดือนๆนึงก็มี 5 แสน ตอนนี้ยอมรับว่าอิจฉา “เจ” (ชนาธิปสรงกระสินธิ์), “ต้น” (นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม), “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ พวกนี้มีคนดูแลเรื่องเงิน
ผมอิจฉาพวกนี้มาก แต่ในทางกลับกัน พวกเขาก็อิจฉาผม ณ ตอนนั้น ที่ผมได้ไปเที่ยว ตอนนั้นถือว่าเป็นคนใช้ชีวิตสุดโต่งจริงๆ เป็นคนไม่ดีคนนึง มาถึงวันนี้ถึงคิดได้ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถ้าตัด เที่ยวผู้หญิง, พนัน, เที่ยวดื่ม ออกไปได้ มีเงินเก็บแน่นอน”
“ประสบการณ์ในการติดพนัน สมัยก่อนก็ถือว่าหนักมาก แต่ไม่เคยคิดจะล้มฟุตบอลแม้แต่ครั้งเดียว คำว่าผีพนันมีอยู่จริง เล่นไปแสนนึง เอาเงินไปเที่ยวเพื่อนเต็มไปหมด แต่พออีกวันโดนเป็นแสน เพื่อนหายไปหมด พอเข้าไปแล้วมันออกยาก พ่อแม่ต้องมาห้าม แต่ไม่เคยคิดจะล้มบอลเลยแม้แต่ครั้งเดียว หนักสุดก็หลายแสน แล้วถ้าโดนรวมๆก็หลายล้าน อาจจะถึง 10 ล้าน ภายใน 4-5 ปี ”
สรรวัชญ์ กล่าวต่อไปว่า “จุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาคิดได้ มาหยุดตอนที่หมดทุกอย่าง ทำให้กลับมาเริ่มคิด ตอนไม่มี มีเงินอยู่ทั้งตัว 400 บาท ก็สามารถใช้จ่ายได้ 2-3 วัน หนักสุดมีเงินติดบัญชีหลังสิบ ก็ต้องไปหายืมคนอื่นก็มีมาแล้ว”

“หลังจากนั้นก็คิดว่าจะกลับมาเล่นอีกครั้ง แต่พี่ดาวแฟนคนปัจจุบันเข้ามาเปลี่ยนความคิดของผมไปทั้งหมดด้วยความที่เขามีหัวธุรกิจ เขามีธุรกิจเยอะแยะมากมาย ทุกอยากเขาวางแผนมาหมด เขาเป็นคนแนะนำว่าไม่ควรกลับไปเล่นอีกแล้ว
เขาไปศึกษามาหมดว่ามีสโมสรค้างเงินนักฟุตบอล กลับไปแล้วจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่ ไม่น่าจะกลับไปเล่นแล้วนะแต่ควรจะมาเปิดอะคาเดมี่ของตัวเอง เป็นที่มาของ เดชมิตร อะคาเดมี่ ตอนนี้มีคนเข้ามา คำแนะนำผมก็สามารถบอกเขาได้ แนะนำได้เลย จากประสบการณ์ที่เคยเจอมา”
สรรวัชญ์ เล่าต่อไปว่า “การเจอพี่ดาว เพราะไปนั่งร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ได้มาเจอเขา แล้วก็รู้จักพวกแวดวงเขาอยู่แล้ว ก็เลยมานั่งดื่มด้วยกัน กินด้วยกัน มากินหมูกระทะ พอมาเจอเขาก็มานั่งคิดว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร ทำไมดูแลดีมาก ดูแลคนอื่นดีมาก จนทำให้ได้มาคุยกันในที่สุด คิดว่าคนนี้แหล่ะน่าจะเอาผมอยู่
จนมาถึงวันนี้ก็จะคบปีแล้ว เชื่อมั๊ยว่าเขาบอกว่ายังไม่อยากให้เจอป๊าเขา ป๊าเขาดุมาก เพราะเขาไม่รู้ว่าฟุตบอลมันคืออะไร เสิร์ชหาข้อมูล เจอแต่สรรวัชญ์ มีแต่เรื่องไม่ดี ตอนนี้เขาล้างให้ผมใหม่หมด เปิดติ๊กตอกให้ใหม่ ทำสนามให้ เป็นคนออกเงินให้หมด เขาบอกว่าจะสร้างภาพใหม่ให้ผม ต้องขอบคุณเขา ถ้าไม่มีเขาก็ไม่รู้ว่า สรรวัชญ์อยู่ไหนเหมือนกัน นอกจากครอบครัวแล้วก็มีเขาเนี่ยแหล่ะที่ดึงเราขึ้นมา รวมไปถึงพี่ๆอีกหลายๆคน ”
“จริงๆครั้นนี้ที่มาเปิด มาพูดเพราะไม่อยากให้ใครเป็นแบบนี้ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพถ้ารู้จักเก็บ ก็สบายในอนาคต ถ้าเลือกได้ถามว่าจะกลับไปทำอีกหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ทำแล้ว ไม่โทษคนอื่น โทษตัวเองล้วนๆ” สรรวัชญ์ กล่าว