พรรคประชาชาติ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ลุยปั๊มจีดีพี 3 จว.ชายแดนใต้โตพุ่ง 10%

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค เปิดเผยถึงนโยบายเศรษฐกิจของพรรคว่าจะมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานความเป็นสังคมพหุวัฒธรรมซึ่งมีทั้งชาวพุธ และมุสลิมที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของพรรค 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้แก่ ยะลา นราธิวาสและปัตตานี

ทั้งนี้แบ่งออกเป็น นโยบายเร่งบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผลกระทบจากเหตุความไม่สงบก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเตรียมจัดตั้ง“กองทุนหมู่บ้านแห่งความสำเร็จ” สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่ชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของ ให้คนท้องในถิ่น

ผลักดันนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อเร่งขยายการส่งออกไปยังประเทศมุสลิมทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 546,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังเติบโตมากถึง 10% ซึ่งปัจจุบันไทยยังส่งออกได้ไม่มากคิดเป็น 1.62% หรือคิดเป็น มูลค่าเพียง 8,850 ล้านดอลลาร์เท่านั้น รวมทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับกับพี่น้องมุสลิมในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จากปัจจุบันที่ต้องใช้เงินสูงถึง 3 แสนบาท/ราย เป็นต้น

นายรุ่งเรืองกล่าวต่อว่าสำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเน้นกระตุ้นเฉพาะภาคที่มีปัญหาคือภาคลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังขยายตัวติดลบอย่างต่อเนื่อง โดยพรรคจะไม่ใช้นโยบายแจกเงิน เหมือนกับโครงการคนละครึ่งหรือเงินดิจิทัลวอลเลทอย่างที่หลายพรรคการเมืองนำมาหาเสียง

เนื่องจากเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เพราะไปมุ่งเน้นแจกเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค ทั้งๆที่การบริโภคของไทยไม่ได้มีปัญหา ยังสามารถเติบโตได้ 2% แต่กลับไม่ส่งเสริมหรือกระตุ้นการลงทุนที่กำลังหดตัวอย่างหนัก ซึ่งหากใช้นโยบายกระตุ้นการลงทุนจะทำให้เกิดตัวคูณทางด้านเศรษฐกิจที่สูงกว่าการกระตุ้นการบริโภคกว่า 1 เท่าตัว เนื่องจากการลงทุนทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก

“การใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภคที่ผ่านมาถือว่าผิดพลาดและผิดคอนเซ็ป เพราะหลังจากประชาชนได้เงินแจกแล้ว ก็จะเก็บเข้ากระเป๋าเป็นเงินออมไม่ใช้ นำเงินเดือนมาใช้แทน ทำให้ไม่ได้มีเม็ดเงินเข้าไปเติมหรือกระตุ้นในระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

สำหรับมาตรการกระตุ้นการลงทุนที่ที่พรรคประชาชาติจะเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย

1.การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมอบสิทธิประโยชน์จูงใจให้แก่ผู้ประกอบการอย่างรอบด้าน อาทิ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การยกเว้นอากรนำเข้าและส่งออกในรูปแบบ Freeport รวมถึงการยกเว้นภาษีท้องถิ่นหรือภาษีเฉพาะในลักษณะ Duty Free เป็นระยะเวลา20 ปี

มุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะการผลิต Superchip หรือชิปประมวลผลสมรรถนะสูง พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานร่วมกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไฮเทคที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ5ปี ในการผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม คาดว่าจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่ได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเสริมศักยภาพเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมีแผนยกระดับท่าเรือระนอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้า ,พัฒนาสนามบินเบตง ผ่านการปรับปรุงและขยายทางวิ่งและทางขับ เพื่อให้สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุน 2,140 ล้านบาท รวมทั้งอัพเกรดสนามบินปัตตานี โดยปรับปรุงทางขับขนาน เพื่อให้มีระยะห่างเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ภายในปี 2578

” ปัจจุบัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกละเลยในแง่ของงบประมาณ แต่ละปีได้รับจัดสรรงบรวมกันเพียง 0.8% ของจีดีพีประเทศ พรรคจึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งปัจจุบัน 3 จังหวัด มูลค่าจีดีพีรวมกัน 2 แสนล้านบาท หากพรรคสามารถดำเนินนโยบายต่างๆได้เป็นรูปธรรม เชื่อว่าจะช่วยผลักดันจีดีพี 3 จังหวัดให้เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 1-2 % เป็น 10% หรือ มีมูลค่าจีดีพีเพิ่มขึ้น ราว 2หมื่นล้าน ได้ไม่ยาก”

นอกจากนี้ พรรคประชาชาติยังมีนโยบายล้างหนี้กยศ. ให้กับลูกหนี้3.4 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งมีมูลหนี้รวมกันกว่า 4 แสนล้านบาท เพื่อคืนอนาคตให้คนทำงาน โดยให้ชำระเงินต้นเพียง 10% ส่วนที่เหลือ 90% จะปลดหนี้ให้ทั้งหมด แลกกับการให้ลูกหนี้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม เช่น ช่วยฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด หรือเป็นอสม.ด้านสาธารณสุข รวมไปถึงการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ผ่าน AMC หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อรับซื้อหนี้เสียจากธนาคารมาปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้มีทางออกและกลับมาชำระหนี้ได้

“การแก้หนี้ด้วยAMC เป็นนโยบายที่ผมเขียนเองและสุดท้ายส่งมอบไปให้กระทรวงการคลังนำไปปฏิบัติ หากพรรคประชาชาติได้ดูแลงานทางด้านเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ก็พร้อมที่จะเดินหน้านโยบายนี้อย่างเต็มที่ “

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน