เสียทั้งเวลาทั้งค่าน้ำมัน พ่อแม่ท้อ ต้องขับรถไกล 100 กม. เพื่อไปล้างรูปให้ลูก หลังรร.ญี่ปุ่นตั้งกฎให้ใช้แค่กล้องฟิล์ม ถ่ายรูปตอนไปทัศนศึกษาเท่านั้น จุดกระแสวิจารณ์
วันที่ 2 พ.ค. 69 กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ปกครองชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์สุดงง หลังต้องขับรถไกลกว่า 102 กิโลเมตร เพื่อไปล้างรูปจากกล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้ง (กล้องแบบใช้ครั้งเดียว) ที่ลูกต้องใช้ในกิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียน
ผู้ใช้งาน X (ทวิตเตอร์เดิม) @simantokoubou จากจังหวัดโคจิ ญี่ปุ่น เผยว่า โรงเรียนของลูกมีข้อกำหนดให้นักเรียนสามารถใช้ได้เฉพาะกล้องฟิล์มใช้แล้วทิ้งเท่านั้น ห้ามใช้กล้องดิจิทัลหรือสมาร์ตโฟน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือ ปัจจุบันร้านล้างรูปแบบดั้งเดิมในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ปิดตัวลงหรือปรับตัวไปให้บริการด้านดิจิทัล
ทำให้ร้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากบ้านเขามากกว่า 100 กิโลเมตร ส่งผลให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มเติม เพียงเพื่อเก็บภาพความทรงจำของลูก
え!?
写ルンですの現像するのに100㎞走破しないと行けないのマジ!?
写真屋さん『ココらで出来る所はもう無いよ…』だと!? pic.twitter.com/EHU41jBMX4
— simanto工房 (@simantokoubou) April 26, 2026
โพสต์ดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งอธิบายว่า กฎนี้มีที่มาจากในอดีต ช่วงที่กล้องดิจิทัลเริ่มแพร่หลาย เคยเกิดปัญหาการสูญหายหรือถูกขโมย โรงเรียนจึงกำหนดให้ใช้กล้องฟิล์มแทนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม หลายเสียงมองว่า กฎดังกล่าวไม่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน เพราะนอกจากจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อกล้องและล้างรูปแล้ว ยังเพิ่มต้นทุนการเดินทางของผู้ปกครองโดยไม่จำเป็น
ขณะเดียวกัน ก็มีอีกมุมมองที่สนับสนุนแนวทางนี้ โดยระบุว่า กล้องฟิล์มมีข้อดีตรงที่ไม่สามารถดูภาพได้ทันทีและไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้เด็กๆ มีสมาธิกับการซึมซับบรรยากาศและประสบการณ์ตรงหน้า มากกว่าการจดจ่ออยู่กับหน้าจอดิจิทัล
ประเด็นดังกล่าวจึงสะท้อนคำถามสำคัญว่า โรงเรียนควรปรับกฎระเบียบให้ทันกับยุคดิจิทัล หรือยังคงรักษาแนวทางเดิม เพื่อสร้างประสบการณ์แบบออฟไลน์ให้กับเด็กต่อไป
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์