เปิดกำหนดการ ‘ทักษิณ’ พักโทษ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ติดกำไล EM ในเรือนจำ ก่อนปล่อยตัว ย้ำ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ไม่ห้ามจ้อการเมือง
วันที่ 9 พ.ค. 2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ มีมติว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564
แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ตลอดระยะเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.2569 นั้น ถือเป็นมติถึงที่สุดแล้ว เพราะคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้อย่างครบถ้วน มติของคณะอนุกรรมการฯ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
แหล่งข่าว เผยอีกว่า สำหรับกำหนดการติดกำไล EM เนื่องจากเรือนจำกลางคลองเปรม อยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร จึงอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 จะเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อติดกำไล EM ให้แก่นายทักษิณ และแจ้งเรื่องขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์กำไล EM พร้อมกับดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆ
ส่วนการรายงานตัว รับทราบเงื่อนไข หลักการปฏิบัติตนระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือนนั้น ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ 11-13 พ.ค.69 นายทักษิณ จะต้องเดินทางไปรายงานตัวยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตบางพลัด สถานที่พักโทษ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ตามที่ผู้อุปการะของนายทักษิณได้แจ้งไว้
โดยนายทักษิณจะต้องไปรับทราบละเอียดทั้งหมด เนื่องด้วยนายทักษิณ เหลือระยะเวลาการคุมประพฤติเพียง 4 เดือน (จนถึงวันที่ 9 ก.ย.69) ดังนั้น การรายงานตัวของนายทักษิณ จะเกิดขึ้นเดือนละครั้ง รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง หรือหากจะเป็นกรณี 2 เดือนค่อยรายงานตัว 1 ครั้ง ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติกับผู้ถูกคุมประพฤติจะพูดคุยประสานกัน
แหล่งข่าว กล่าวว่า นายทักษิณ ถือเป็นผู้ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษเป็นการทั่วไป ดังนั้น จะต้องติดกำไล EM ไปจนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 ตามมติของอนุกรรมการฯ ส่วนการจะขอปลดกำไล EM ระหว่างการคุมประพฤติ เนื่องจากปัญหาสุขภาพหรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะเหตุจำเป็นต้องเข้าอุโมงค์เพื่อทำ MRI หรือการรักษาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุความเข้มสูงนั้น
ตามขั้นตอน ผู้ถูกคุมประพฤติยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM ชั่วคราวได้ โดยใช้เอกสารที่มีความเห็นของแพทย์ รวมถึงแจ้งเหตุความจำเป็นอย่างครบถ้วน เพื่อยื่นประกอบการพิจารณาให้แก่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติเจ้าของสำนวนคุมประพฤติดังกล่าวได้
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาพยาบาล ก็ต้องกลับมาติดกำไล EM แต่ถ้าเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือป่วยติดเตียง หรือข้อเท้าเป็นแผลพุพอง หรือการติดกำไล EM ทำให้เผชิญปัญหาสุขภาพย่ำแย่ลง ทางผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอปลดกำไล EM แบบถาวร มายังเจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้เช่นเดียวกัน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา
แหล่งข่าว เผยอีกว่า สำหรับเงื่อนไขการห้ามกระทำการใดๆ ระหว่างพักโทษของนายทักษิณ พบว่ามติของคณะอนุกรรมการฯ ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษอื่นใด โดยเฉพาะเรื่องการเมืองก็ไม่ได้ระบุห้ามไว้ ยังคงเป็นเงื่อนไขปกติเหมือนกับผู้พักโทษรายอื่นทุกคน
รวมถึงการห้ามออกนอกเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ซึ่งต้องขออนุญาต ส่วนถ้าจะเดินทางไปต่างประเทศระหว่างการคุมประพฤตินั้น ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าสถานะของผู้พักโทษก็ยังคงสถานะผู้ต้องขัง ยังไม่ใช่การพ้นโทษ ดังนั้น ผู้ต้องขังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้
ส่วนกรณีหากผู้ถูกคุมประพฤติหรือได้รับการพักการลงโทษคุมประพฤติ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามรายละเอียดเนื้อหาของพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปในวันสำคัญใดๆ ก็จะได้รับการพ้นโทษทันที เพราะส่วนใหญ่แล้ว คือคนที่โทษเหลือน้อย อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย
ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ เปิดเผยว่า หากเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเดินทางมายังเรือนจำฯเพื่อติดกำไล EM และแจ้งเงื่อนไขการพักโทษคุมประพฤติ เราจะได้รับทราบระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ ในวันนั้นเช่นกัน และหลังจากนั้น อดีตนายกฯ ขึ้นรถยนต์ออกจากพื้นที่เรือนจำฯ ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า
ส่วนการรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เราจะดำเนินการภายใน 3 วัน คือวันที่ 11-13 พ.ค. ซึ่งเป็นดุลพินิจของอดีตนายกฯ ว่าเข้ารายงานตัววันเวลาใด แต่ยืนยันว่าไปแน่นอน
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. นายทักษิณ จะเริ่มกระบวนการเรื่องเอกสารต่างๆ ภายในเรือนจำฯ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. และจะปรากฏตัวออกจากแดนพยาบาล มายังประตูหน้าเรือนจำฯ เวลา 07.45 น.
จากนั้นในเวลา 08.00 น. จะร่วมยืนเคารพธงชาติไทย โดยมีลูกหลานชินวัตรรวม 10 ราย นำโดยลูกชายและลูกสาวของนายทักษิณ ร่วมยืนต้อนรับและรอสวมกอดคลายความคิดถึง ก่อนที่อดีตนายกฯ จะได้ยืนทักทายเพียงเล็กน้อย เพื่อให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพและขอบคุณพี่น้องคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจ ก่อนขึ้นรถยนต์ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า
ขณะที่ นายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม กล่าวถึงการจัดเตรียมพื้นที่รองรับว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. ทางเรือนจำกลางคลองเปรมยังคงเปิดให้บริการเยี่ยมญาติสำหรับผู้ต้องขังปกติ ไม่ได้ปิดบริการเยี่ยมญาติแต่อย่างใด
ส่วนการเตรียมความพร้อมรองรับสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงในวันที่ 11 พ.ค.นั้น บริเวณด้านหน้าประตูเรือนจำฯทางเข้า-ออก จะมีการนำแผงเหล็กกั้น แบ่งเป็น ฝั่งฟุตบาท (ฝั่งเดียวกับร้านกาแฟหับเผยเรือนจำกลางคลองเปรม) จะเป็นจุดสำหรับครอบครัวชินวัตร ขณะที่ฝั่งฟุตบาทด้านอาคารเยี่ยมญาติ จะเป็นพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนทุกสำนักและคนเสื้อแดง