‘ชัชชาติ’ ลั่น อีก 4 ปีข้างหน้า จะผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นเป็นเมืองชั้นนำของโลก เผย ดร.โจ โทรมาแสดงความยินดี พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านนโยบาย

28 มิ.ย. 69 – เวลา 20:00 น. ที่ สเตเดียมวัน ภายหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯผู้ว่ากทม. หมายเลข 9 จ่อที่จะเป็นผู้ว่าฯสมัยที่ 2

นายชัชชาติ ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณประชาชน ท่ามกลางเสียงปรบมือและกำลังใจจากผู้สนับสนุนจำนวนมาก

แม้ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครยังไม่ได้ประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อผลการนับคะแนนผ่านกว่าร้อยละ 50 แล้ว จึงขอถือโอกาสกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคน ทั้งผู้ที่ลงคะแนนให้และผู้ที่ไม่ได้เลือกตนเอง พร้อมย้ำว่า ไม่ได้มองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น “ชัยชนะ” ของบุคคลใด แต่เป็นความรับผิดชอบครั้งใหญ่ที่ประชาชนมอบหมายให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่

นายชัชชาติ ยอมรับว่า ภารกิจในอีก 4 ปีข้างหน้าจะหนักกว่าวาระแรก เนื่องจากประชาชนมีความคาดหวังสูงขึ้น ขณะเดียวกันโลกและเทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การบริหารเมืองจำเป็นต้องปรับตัวและทำงานอย่างเข้มข้นกว่าเดิม พร้อมย้ำคำมั่นที่เคยให้ไว้ตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 4 ปีก่อนว่า จะรับใช้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกตนเอง และจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

นายชัชชาติ กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะดำเนินการหลังได้รับการรับรองผลการเลือกตั้ง คือการนำนโยบายทั้งหมดกว่า 260 แผน มาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร พร้อมกำหนดลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการ และจัดทำแผนปฏิบัติการ 100 วันแรก โดยจะเร่งดำเนินโครงการที่มีความซับซ้อนก่อน เพราะต้องใช้เวลาในการผลักดันทั้งด้านกฎหมายและขั้นตอนการบริหาร

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันมาตรการด้านความโปร่งใส การป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงสานต่อโครงการพัฒนาเมืองต่าง ๆ ที่ได้เริ่มดำเนินการไว้ พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามรายละเอียดนโยบายทั้งหมดผ่านเว็บไซต์ของทีมงาน ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

นายชัชชาติ เปิดเผยด้วยว่า หลังทราบผลคะแนนเบื้องต้น ได้รับโทรศัพท์จาก ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกราย เพื่อแสดงความยินดีและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาเด็ก การศึกษา การป้องกันน้ำท่วม และการปรับปรุงระบบระบายน้ำ ซึ่งเห็นว่าหลายนโยบายสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ พร้อมย้ำว่าหลังการเลือกตั้ง ผู้สมัครทุกคนถือเป็นพันธมิตรในการพัฒนากรุงเทพมหานคร เพราะทุกคะแนนเสียงของประชาชนล้วนมีคุณค่า

สำหรับผลคะแนนที่นำห่างคู่แข่ง นายชัชชาติ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกยินดีไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำคะแนน แต่เป็นสัดส่วนคะแนนเสียงที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการทำงานมากขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานตลอดการหาเสียง รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนได้รับทราบ โดยย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ผลงานของบุคคลใดเพียงคนเดียว

นายชัชชาติ ยังตั้งเป้าหมายว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้า จะผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวขึ้นเป็นเมืองชั้นนำของโลก ทั้งด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน ประสิทธิภาพการบริหารเมือง การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ความโปร่งใส และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างมีความสุขและเท่าเทียม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกหลังผ่านการหาเสียงที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและแรงกดดัน นายชัชชาติ กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ย่อมมีทั้งคำวิจารณ์และการตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ พร้อมขอบคุณประชาชนที่ยังคงให้ความไว้วางใจ และยืนยันว่าจะนำข้อสังเกตทั้งหมดไปปรับปรุงการทำงาน รวมถึงพัฒนาทีมบริหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนภาพกรุงเทพมหานครในอีก 4 ปีข้างหน้า นายชัชชาติ ระบุว่า ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 2 มิติสำคัญ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และสวัสดิการ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเมือง เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับภารกิจในวันถัดไป นายชัชชาติ กล่าวว่า จะเรียกทีมงานมาร่วมวางแผนแปลงนโยบายหาเสียงทั้งหมดให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถปฏิบัติได้จริง พร้อมกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ข้าราชการ กรุงเทพมหานครกว่า 80,000 คน มีทิศทางการทำงานที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง

“ไม่ได้หวังเอาอำนาจวาสนา แต่จะเอาสติปัญญา มาช่วยกรุงเทพให้ดีขึ้น”

“สี่ปีหลังจากนี้ขอทำให้ดู กรุงเทพจะเป็นเมืองชั้นนำและสามารถแข่งขัน ได้กับทั่วโลก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน