ทูตตุรกี คาดหวัง ทร.ไทย ให้โอกาสเรือฟริเกตตุรกี ริเริ่มกระชับสัมพันธ์ทางทหาร ยันไม่กดดัน เคารพการตัดสินใจ ด้านบริษัทเปิดข้อเสนอต่อเรือในไทย 100% พร้อมให้ลิขสิทธิ์แบบเรือ
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ถนนสาทร Jülide KAYIHAN เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ตุรกีต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการทหารกับประเทศไทย หลังจากได้กระชับความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียและมาเลเซียแล้ว
เอกอัครราชทูตตุรกีกล่าวว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของตุรกีมีความหลากหลาย ครอบคลุมทั้งเรือฟริเกต รถถัง รถหุ้มเกราะ เครื่องบินรบ ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบครบสามมิติ โดรน และจรวด ซึ่งผ่านการใช้งานจริงภายในประเทศมาแล้ว อีกทั้งตุรกียังเป็นสมาชิกองค์การนาโต (NATO) ทำให้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ผลิตได้มาตรฐานของนาโตด้วย
ทั้งนี้ ทราบว่ากองทัพเรือไทยอยู่ระหว่างการคัดเลือกแบบเรือฟริเกต โดยฝ่ายตุรกีเคารพการตัดสินใจของไทย และไม่ได้กดดันแต่อย่างใด เพียงหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย และคาดหวังว่าบริษัทของตุรกีจะมีโอกาสร่วมมือกับกองทัพไทยในอนาคต

ทูตตุรกี ลุ้น ทร.ไทย ให้โอกาสเรือฟริเกตตุรกี เปิดข้อเสนอบริษัท ต่อเรือในไทย100%
ขณะที่บริษัท ASFAT ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติตุรกีที่ยื่นข้อเสนอในโครงการเรือฟริเกต ได้เสนอให้ต่อเรือภายในประเทศไทย 100% พร้อมมอบลิขสิทธิ์การออกแบบเรือ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีในระดับสูงสุด ทำให้ไทยสามารถต่อเรือฟริเกตรุ่นต่อไปได้อย่างอิสระ รวมถึงมีโปรแกรมชดเชยการลงทุน (Offset Program) โดยบริษัทคาดหวังว่าจะได้รับการคัดเลือก

ส่วนบริษัท TAIS ซึ่งเสนอแบบเรือ I-Class Frigate ให้กองทัพเรือไทยนั้น ปัจจุบันเรือแบบดังกล่าวประจำการอยู่ในกองทัพเรือตุรกี และล่าสุดอินโดนีเซียได้สั่งต่อเรือรุ่นนี้จำนวน 2 ลำ