ตะลึงไปทั้งวัด กำลังเตรียมทำพิธีศพยายวัย 74 จู่ๆ ได้ยินเสียงไอ ก่อนกลับมามีลมหายใจ ทั้งที่ตลอดทางจาก รพ. ก็นอนนิ่งไม่หายใจแล้ว สุดท้ายต้องเปลี่ยนจากสวดอภิธรรมเป็นต่อชะตาแทน
จากกรณีกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ โพสต์ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสูงอายุรายหนึ่ง หลังญาติได้จัดเตรียมงานศพไว้หมดแล้ว และนิมนต์พระมาประกอบพิธีสวดอภิธรรมตามประเพณี แต่จู่ๆ หญิงคนดังกล่าวที่ญาติเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว กลับฟื้นขึ้นมา เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 3 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดถนนหัก ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พบว่าที่บริเวณศาลาพักศพของวัด มีการจัดเตรียมสถานที่ทั้งโลงเย็นสำหรับบรรจุศพ ดอกไม้ รูปถ่ายตั้งหน้าโลงศพ เก้าอี้สำหรับผู้มาร่วมงาน เพื่อเตรียมประกอบพิธีสวดอภิธรรมศพให้กับ นางจอย ภาพยนตร์ อายุ 74 ปี ชาว ต.ถนนหัก อ.นางรอง ที่ญาติเชื่อว่าเสียชีวิตแล้วจากอาการป่วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ
จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวง ไปรับศพออกจาก รพ.บุรีรัมย์ กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัด ซึ่งตลอดทาง นางจอย ก็นอนนิ่งไม่มีลมหายใจ แต่พอมาถึงวัดขณะเคลื่อนร่างไปไว้ในศาลาพักศพ เพื่อเตรียมทำพิธีรดน้ำและสวดอภิธรรม นางจอยกลับส่งเสียงไอ และกลับมามีลมหายใจ สร้างความแปลกใจให้กับญาติและชาวบ้าน ขณะที่คนในครอบครัวก็ทั้งงงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ดีใจที่ นางจอย ฟื้น ส่วนสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ และพระสงฆ์ที่นิมนต์ไว้สวดอภิธรรม ก็เปลี่ยนเป็นสวดต่อชะตาให้แทน
จากนั้นหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวง ได้ประสาน รพ.นางรอง จัดหาถังออกซิเจนมาใส่ให้กับ นางจอย เพราะยังหายใจแผ่วเบา และเหนื่อยหอบ ก่อนจะนำไปดูแลแบบประคับประคองที่บ้านตามความประสงค์ของครอบครัว ซึ่งล่าสุด นางจอย ยังใส่ออกซิเจนช่วยหายใจ มีการตอบสนองและรับรู้ดี แต่ไม่สามารถพูดคุยสื่อสารได้
จากการสอบถาม นายสุพล ภาพยนต์ อายุ 77 ปี สามีของ นางจอย กล่าวว่า หลังจากที่ภรรยาป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.นางรอง และถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์ กระทั่ง รพ.แจ้งว่า ให้ทำใจตนก็ได้พูดสั่งเสียกับภรรยาเรียบร้อยแล้ว ว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ให้ยายไปให้สบาย กระทั่งมีการนำร่างมาที่วัด ญาติก็ช่วยกันเตรียมสถานที่ นิมนต์พระไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จู่ๆ ภรรยาก็กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ทั้งแปลกใจและดีใจที่ภรรยากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ก็จะดูแลกันต่อไป
ด้าน นายยุทธศักดิ์ ภาพยนต์ อายุ 47 ปี ลูกชาย กล่าวว่า แม่เข้ารักษาตัวที่ รพ.นางรอง และถูกส่งไปรักษาต่อที่ รพ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าแม่มีภาวะเส้นเลือดในสมองตีบและสมองบวม อาการอยู่ในขั้นวิกฤต แพทย์ได้อธิบายแนวทางการรักษา และให้ญาติตัดสินใจว่าจะผ่าตัดเพื่อรักษาหรือจะให้ไปอย่างสงบ
ซึ่งครอบครัวก็เลือกไม่ผ่าตัดเพราะแม่อายุมากแล้ว จึงประสานให้กู้ภัยไปรับคุณแม่ ออกจาก รพ. ซึ่งตลอดทางคุณแม่ก็นอนนิ่งไม่มีลมหายใจ ญาติก็เชื่อว่าแม่เสียชีวิตแล้ว ส่วนญาติที่บ้านก็จัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดงานศพแม่ไว้ที่วัด พร้อมนิมนต์พระมาสวดอภิธรรม แต่พอไปถึงวัดแม่กลับไอ และมีลมหายใจขึ้นมา ทั้งคนในครอบครัว ญาติ และชาวบ้าน ต่างก็ประหลาดใจ แต่ก็ดีใจที่แม่ฟื้น ส่วนตัวเชื่อว่าอาจจะเป็นปาฏิหาริย์หรือบุญเก่าที่แม่สร้างไว้ ทำให้มีชีวิตอยู่กับลูกหลานต่อ ก็จะช่วยกันดูแลแม่อย่างดี