ลุงไดรเวอร์ ร้องถูกแก๊งพม่าเบี้ยวค่าโดยสาร รุมต่อยจนสลบ ฟื้นอีกทีกลายเป็นคนตาบอด เหตุเกิดตั้งแต่เดือน เม.ย. แจ้งตำรวจไป แต่คดีไม่คืบหน้าไปไหน

6 ก.ค. 69 – ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นายศุภชัย อายุ 61 ปี อาชีพไดรเวอร์ขับรถยนต์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังถูกกลุ่มผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คน รุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส สูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า

นายศุภชัย เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ไปรับผู้โดยสารชาวเมียนมา 5 คน จากหมอชิต มี 1 คนที่สื่อสารภาษาไทยได้ชัดเจน ระหว่างทางได้มีการตกลงกันว่าจะใช้เส้นทางด่วน มีค่าบริการเพิ่ม 50 บาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายโรงแรมแห่งหนึ่ง จ.สมุทรปราการ ผู้โดยสารปฏิเสธจ่ายค่าโดยสาร 770 บาท โดยอ้างว่าในแอปฯระบุ 720 บาท แม้ตนจะอธิบายว่าเป็นค่าทางด่วนที่เพิ่มเข้ามา แต่กลับถูกกลุ่มผู้โดยสารรุมทำร้ายจนหมดสติคาที่ โดยไม่ได้รับเงินค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว

ตนรู้ตัวอีกที​หลังฟื้นที่โรงพยาบาล ได้รับการติดต่อจากตำรวจ ว่าได้ไปตรวจสอบยังที่พักผู้ก่อเหตุและขอข้อมูลหนังสือเดินทางไว้แล้ว แต่เมื่อตนขอให้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติม ตำรวจกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ

ต่อมา หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล ได้ไปให้ปากคำ ทว่าเจ้าหน้าที่กลับอ้างว่าไม่ทราบที่อยู่ผู้ก่อเหตุ จึงทำให้เกิดความสับสนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ยิ่งไปกว่านั้นบาดแผลจากเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้ตนตาขวาบอดสนิท 100 เปอร์เซ็นต์ มีอาการปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล น้ำตาไหลตลอดเวลา จนไม่สามารถขับรถวิ่งงานได้อีก

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า อาการของ นายศุภชัย รุนแรงมาก มีทั้งเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง เบ้าตาขวาหัก และตาบอดถาวร โดยสายไหมต้องรอดเตรียมพา นายศุภชัย เข้าพบผู้กำกับการสถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อเร่งรัดคดี เนื่องจากเชื่อว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงแรมอย่างแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งลากตัวกลุ่มต่างชาติที่ก่อเหตุอุกอาจพังชีวิตคนไทยด้วยเรื่องเงินเพียง 50 บาทมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน