ขนส่งทางบก แนะคนไม่ผ่านเกณฑ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ เพราะมีรถยนต์ รีบยื่นอุทธรณ์ ผ่าน 4 ช่องทาง ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. 69

17 ก.ค. 69 – นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ให้เร่งช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ถูกตัดสิทธิ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

โดยพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์มีสาเหตุมาจากการเคยมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือได้ทำการขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง ตลอดจนเพิ่งทราบว่าตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถอันเนื่องมาจากญาติ พี่น้อง ลูกหลาน นำชื่อไปใช้ในการซื้อรถ

ซึ่งทาง กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขโครงการคือ “ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ” ยกเว้นแต่รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ (มีกรรมสิทธิ์รถเกินจำนวนที่โครงการกำหนด) จำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ดำเนินการ ดังนี้

1. หากประชาชนไม่ผ่านคุณสมบัติ ต้องการยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์ให้ประชาชนดำเนินการตามช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้

ช่องทางที่ 1 เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
ช่องทางที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
ช่องทางที่ 3 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
ช่องทางที่ 4 ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และ อิสลาม)

2. ประชาชนผู้ลงทะเบียนโครงการดังกล่าว ต้องการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถของตนเอง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการมีกรรมสิทธิ์ในรถ ฟรี! โดยกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ให้เก็บค่าธรรมเนียมในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เนื่องจากเป็นบริการที่ต่อเนื่องจากโครงการของรัฐ

ผู้ที่ต้องการตรวจสอบกรรมสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง Walk-in มายังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้องจากระบบฐานข้อมูลกลาง (MDM) หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามระเบียบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน