แม่ขี่มอ’ไซค์ 3 ชั่วโมง มาร้อง ‘กัน จอมพลัง’ ลูกสาวอายุ 13 ถูกเพื่อนนกต่อล่อไปให้ 6 ทรชนรุมขืนใจ แจ้งตำรวจคดีไม่คืบ แถมตำรวจเสนอให้รับเงิน 1.5 แสน เพื่อจบเรื่อง
30 ก.ค. 69 – นายกัณฐ์ศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้รับการร้องเรียนจากหญิงรายหนึ่งให้ช่วยเหลือ หลังลูกสาวอายุ 13 ปี ถูกกลุ่มเพื่อนชาย 6 คน รุมขืนใจจนหมดสติ เหตุเกิดบริเวณน้ำตกสุขทาลัย ม.5 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา
จากการสอบสวนทราบว่า เหยื่อได้ไปเที่ยวน้ำตกสุขทาลัยพร้อมกลุ่มเพื่อนผู้หญิงรวม 6 คน โดยก่อนหน้านี้เคยมีปากเสียงกับเพื่อนหญิง 1 คนในกลุ่มดังกล่าว ขณะที่กำลังเล่นน้ำอยู่ด้านบน เหยื่อได้เดินลงมาด้านล่างเอาผ้าคลุมฮิญาบที่ลืมไว้
แต่ระหว่างทาง กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คน ฉุดกระชากตัวเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะ โดย 3 คนแรกได้ลงมือรุมขืนใจจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นอีก 3 คนได้เข้ามากระทำซ้ำ จนเหยื่อได้ช็อกหมดสติไป กระทั่งเพื่อนสนิทลงมาตามหา ก่อนช่วยนำตัวส่งศาลาด้านนอก
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเพื่อนคนหนึ่งของเหยื่อได้สารภาพความจริง ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการที่กลุ่มเพื่อนผู้หญิงได้วางแผนกับกลุ่มผู้ชายรวม 8 คน (1 ในนั้นเป็นแฟนของเพื่อนในกลุ่ม) ล่อลวงเหยื่อมาให้รุมย่ำยี นอกจากนี้ทางครอบครัวยังหวั่นเกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีการบันทึกคลิปวิดีโอขณะลงมือไว้ด้วย
มารดาผู้เสียหาย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนทำงานและพาลูกมาเรียนที่กรุงเทพฯ จะกลับมาบ้านที่ใต้เฉพาะช่วงปิดเทอม ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขนาดนี้ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.บันนังสตา แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า รวมถึงมีความพยายามจะให้เจรจายอมความ ตนยืนยันว่าไม่อยากได้เงิน แต่ต้องการความยุติธรรมให้ลูกและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ด้าน กัน จอมพลัง กล่าวว่า วันนี้ตนได้ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ระหว่างลงพื้นที่แม่น้องผู้เสียหายซึ่งอยู่ที่ จ.ยะลา ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือมา พร้อมพาลูกสาวขี่มอเตอร์ไซค์ไกลกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อมาหาตนที่นราธิวาส และนั่งรอจนกว่าตนจะเสร็จภารกิจเพื่อพูดคุย
ระหว่างติดตามคดี มีคนกลางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาขอพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย โดยเสนอจ่ายเงิน 150,000 บาท เพื่อให้เรื่องจบและแยกย้ายกันไป ซึ่งในมุมมองของตน คิดว่าไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นคดีกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ตามกฎหมายแล้วไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ไม่สามารถยอมความหรือไกล่เกลี่ยได้ ยิ่งในเคสนี้ น้องไม่ได้ยินยอม และฝ่ายชายทั้ง 6 คนมีการใช้กำลังบังคับขืนใจด้วย
เบื้องต้นตนได้พูดคุยกับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว ท่านยินดีเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บันนังสตา เชื่อว่าเมื่อท่านลงมาดูแลเอง คดีจะมีความคืบหน้าแน่นอน และจะต้องมีการตรวจสอบไปถึงตัวบุคคลที่เข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยด้วย