แค้นเอารถจจย.ไปไม่ยอมคืน พาพวกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพใส่รถมาวางทิ้งศาลาหน้าบ้าน ตร.ตามรวบได้ 1 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 2 รายยังหลบหนี
เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 4 ส.ค.2569 ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่าพบผู้เสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้านพัก หมู่ที่ 2 ตำบลมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ในที่เกิดเหตุบริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้านหลังดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา นายมลชัย อายุ 48 ปี มีบาดแผลที่บริเวณแผ่นหลัง มีร่องรอยจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนกฏหมาย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้าน พบว่าในช่วงเวลา 00.09 น.ของวันที่ 4 ส.ค. มีรถกระบะวิ่งมาจอด ที่บริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้าน จุดที่พบศพอยู่สักพักก่อนขับออกไป

สอบสวน นางพเยาว์ อายุ 76 ปี มารดาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา มีญาติมาบอกว่าพบลูกชายนอนอยู่ที่บริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้าน จึงได้ออกมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว ลูกชายเพิ่งมาอยู่กับตนได้ 2 เดือน มีโรคประจำตัวป่วยหลายโรค อาทิ โรคหัวใจ และยังเป็นผู้พิการประเภท 4 ด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐาน จึงเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง พบกับนายเอกชัย หรือเอก อายุ 45 ปี จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ส่วนนายสมเจต ผู้ร่วมขบวนการ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนีไปได้

จากการสอบปากคำ นายเอก ยอมรับสารภาพว่า คนที่ทำร้ายนายมลชัย คือนายเคน และนายสมเจต โดยใช้อาวุธไม้ราวบันได สายยาง และท่อพีวีซี รุมตีและรุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุนั้นมาจากนายมลชัย ขอยืมรถจักรยานยนต์ไปแล้วไม่คืน จึงทำให้เกิดความโกรธแค้น
ก่อนที่นายเคนและนายสมเจต จะลงมือทำร้าย จากนั้นได้นำร่างไร้สติของนายมลชัย ขึ้นรถกระบะ อีซูซุ สีบรอนซ์ ก่อนนำมาวางไว้ที่ศาลา จนกระทั่งเช้ามีผู้มาพบศพ โดยตนเองเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาเอง

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายเอก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยทางญาติของนายมลชัย ไม่พอใจลรุมด่าทอเป็นจำนวนมาก พร้อมจะเข้าทำร้ายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยับยั้งและขอร้องเอาไว้ ซึ่งทางญาติได้ให้นายเอก กราบเท้าขอขมาแม่ของผู้เสียชีวิต นายเอกจึงยอมกราบเท้าแม่ของผู้เสียชีวิต
ส่วน นางพเยาว์ แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ถึงผู้ก่อเหตุจะยอมกราบเท้าขอขมา แต่ตนเองไม่มีวันให้อภัยอย่างเด็ดขาด ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตนเองเลี้ยงลูกมาก็ไม่เคยตี แม้ซักทีเดียว จึงไม่ขอให้อภัยกับผู้ก่อเหตุทั้งหมด

หลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายเอก ไปสอบสวนขยายผล และเตรียมออกหมายจับ นายเคน และนายสมเจต มาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป