เปิดใจหนุ่มยืนคุยโทรศัพท์ขณะกด ATM ก่อนถูก เจ้าของร้านทอง ด่ากราด คาใจ “แค่คุยโทรศัพท์ ทำไมต้องด่า” พบผู้เสียหายโผล่เพียบ เล่าวันเกิดเหตุ
จากกรณีชายรายหนึ่งเผยแพร่คลิปเหตุการณ์บริเวณหน้าตู้ ATM ภายในพื้นที่ ร้านทองย่านซอยไทยธานี 35 หลังเจ้าตัวระบุว่า ถูกชายพนักงานร้านทองและหญิงเจ้าของร้านทอง 2 คนเข้ามาต่อว่า ขณะยืนคุยโทรศัพท์และกดเงิน ก่อนเกิดการผลักกัน
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่ซอยไทยธานี 35 นายนันทพงศ์ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุเดินทางมาใช้บริการที่หน้าร้านทอง และนำรถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าตู้ ATM

เปิดใจหนุ่มยืนคุยโทรศัพท์ขณะกด ATM ก่อนถูก เจ้าของร้านทอง ด่ากราด คาใจ “แค่คุยโทรศัพท์ ทำไมต้องด่า” พบผู้เสียหายโผล่เพียบ เล่าวันเกิดเหตุ
จากนั้นน้องชายโทรศัพท์เข้ามาพอดี เนื่องจากกำลังจะเดินทางตามมา จึงรับสายเพื่อบอกว่าเดินทางมาถึงแล้ว โดยใช้เวลาคุยโทรศัพท์ประมาณ 3 นาที และรวมช่วงกดเงินด้วย คาดว่าใช้เวลาไม่เกินประมาณ 5 นาที
ระหว่างกดเงิน โทรศัพท์มีหน้าจอขนาดเล็กและแอปพลิเคชันธนาคารค้างอยู่ เมื่อคุยกับน้องเสร็จจึงวางสายและกำลังจะเปิดแอปฯเพื่อสแกนรับเงิน แต่จู่ ๆ ชายและหญิงเดินออกมาต่อว่า โดยกล่าวหาว่ามายืนคุยโทรศัพท์เสียงดังและสร้างความรำคาญ
นายนันทพงศ์ กล่าวต่อว่า ตอนนั้นรู้สึกตกใจและไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด ก่อนที่ทั้งสองคนจะขยับเข้ามาหาตัวเอง ขณะเดียวกันโทรศัพท์ยังอยู่ในมือ จึงหยิบขึ้นมาถ่ายคลิปกลับ เพราะเห็นว่าทั้งสองคนกำลังถ่ายคลิปตัวเองอยู่เช่นกัน
จากนั้นฝ่ายคู่กรณีเข้ามาถึงตัวและผลักตน จึงผลักกลับเพื่อป้องกันตัว พร้อมบอกว่าอย่ามาโดนตัว โดยยืนยันว่าไม่ได้ผลักอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น พยายามถอยหนีลงมาด้านล่างเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่คู่กรณียังตามลงมา และมีลักษณะคล้ายจะเข้ามาค้นรถหรือค้นสิ่งของ ก่อนที่ตนจะผลักออกและบอกว่าจะเดินทางกลับ จากนั้นจึงสะพายกระเป๋าเพื่อออกจากพื้นที่ แต่ยังถูกดึงรั้งไว้ ทำให้ตนรู้สึกไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ส่วนการนำคลิปมาเผยแพร่ นายนันทพงศ์ กล่าวว่า เดิมไม่ได้คิดว่าคลิปจะกลายเป็นกระแส แต่ต้องการตามหาผู้เกี่ยวข้องและต้องการคำตอบว่า การมายืนคุยโทรศัพท์บริเวณหน้าตู้ ATM เป็นความผิดอย่างไร จึงโพสต์คลิปเพื่อให้ทางร้านหรือผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจง
หลังคลิปถูกเผยแพร่ กลับมีผู้เสียหายรายอื่นติดต่อเข้ามาหาหลายราย โดยระบุว่าเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน และบางรายบอกว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้นายนันทพงศ์เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีเพียงกรณีของตนเอง
ต่อมา นายนันทพงศ์ เดินทางกลับมายังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมถ่ายคลิปบริเวณตู้ ATM เพื่อยืนยันว่าเป็นจุดเดียวกับที่เกิดเหตุ และยังคงต้องการคำตอบจากผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันพบผู้เสียหายอีกรายมานั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวบริเวณดังกล่าว เนื่องจากต้องการติดตามเรื่องที่ตัวเองก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน
นายนันทพงศ์ ยังตั้งคำถามถึงคำชี้แจงของคู่กรณีที่ระบุว่า ตนมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน พร้อมเรียกร้องให้มีการนำหลักฐานหรือภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าในวันเกิดเหตุแต่ละฝ่ายทำอะไรลงไปบ้าง
เจ้าตัวยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้ต้องการดำเนินคดี แต่ต้องการให้สังคมรับรู้และใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเตือนภัย หากมีบุคคลอื่นต้องมาใช้บริการแล้วเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก เพราะขณะนี้มีผู้เสียหายหลายรายเข้ามาติดต่อ และบางกรณีถึงขั้นมีการดำเนินคดีและต้องเข้ารับการรักษาตัว
นายนันทพงศ์ ย้ำว่า ตนยังคงตั้งคำถามว่า “ผมผิดอะไร แค่คุยโทรศัพท์” และหากมีการกล่าวหาว่าตนเองโวยวายหรือทำพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา ก็ขอให้เปิดหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ทั้งบริเวณตู้ ATM และหน้าร้าน เพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ปรากฏ
ทั้งนี้ นายนันทพงศ์ ยอมรับว่า ระหว่างเหตุการณ์อาจมีการปะทะคารมและใช้คำหยาบบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มเหตุการณ์ และต้องการให้ทุกฝ่ายนำหลักฐานมาพูดคุยกันตามข้อเท็จจริง

