โรงพยาบาลขุนยวม ออกแถลงการณ์ แม่เสียชีวิตพร้อมลูก ขณะทำคลอด เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูลเข้ารับบริการ หลังสามีเดินหน้าแจ้งความ
จากกรณี นายนันทวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ร้องเรียนภายหลังจาก น.ส.ผกาพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ภรรยาเสียชีวิตพร้อมลูกในท้อง ขณะที่พาไปทำคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ก่อนจะไปแจ้งความ สภ.ขุนยวม และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อหาสาเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 3 ก.ย.2569 โรงพยาบาลขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง กรณีการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ ระบุว่า โรงพยาบาลขุนยวมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของมารดาและทารกที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569
และตระหนักถึงความสูญเสีย รวมทั้งข้อกังวลของครอบครัวต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ โรงพยาบาลได้ทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวและข่าวที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารับบริการ การประเมินอาการ การดูแลรักษา และการส่งต่อ
รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยทบทวนเวชระเบียนและข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ลำดับเหตุการณ์ที่ครบถ้วนและชัดเจน สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ และจะแจ้งความคืบหน้าเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้ โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้เสียชีวิต โรงพยาบาลขุนยวมพร้อมนำผลการทบทวนมาพัฒนากระบวนการดูแลรักษาและระบบบริการอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ
เปิดไทม์ไลน์ แม่เสียชีวิตพร้อมลูก ขณะทำคลอด
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้ป่วยได้มาตามนัดฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลขุนยวม เพื่อรับการตรวจติดตามการตั้งครรภ์ ตรวจ Ultrasound และประเมินปากมดลูกโดยแพทย์ ผล Ultrasound พบทารกอยู่ในท่าศีรษะลง น้ำหนักทารกโดยประมาณ 3,076 กรัม
จากการประเมินในขณะนั้นยังไม่เข้าสู่ระยะคลอด แพทย์ได้ดำเนินการ กระตุ้นปากมดลูกด้วยวิธี membrane stripping ตามการประเมินทางคลินิก พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาการเจ็บครรภ์คลอด อาการสำคัญที่ควรกลับมาโรงพยาบาล และให้ผู้ป่วยกลับไปสังเกตอาการที่บ้าน
ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 01.20 น. ผู้ป่วยกลับมาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บครรภ์และท้องแข็ง ทีมแพทย์และพยาบาลได้รับไว้ดูแล เฝ้าระวังการคลอด และติดตามสุขภาพของมารดาและทารกอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการติดตามพบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารกเป็นช่วง ๆ ทีมรักษาได้ให้การดูแลและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ต่อมาในช่วงเช้าพบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารกร่วมกับภาวะน้ำคร่ำน้อย จึงได้ประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการดูแลต่อ
ภายหลังออกเดินทางเพื่อส่งต่อประมาณ 5 นาที ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก และหมดสติอย่างเฉียบพลัน ทีมส่งต่อได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยทันทีบนรถพยาบาล พร้อมนำผู้ป่วยกลับมายังโรงพยาบาลขุนยวมโดยเร็ว
เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพและรักษาภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตมารดาและทารกไว้ได้
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ จำเป็นต้องอาศัยการทบทวนข้อมูลทางการแพทย์ร่วมกับผลการตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ภายหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ทีมแพทย์ พยาบาล และผู้บริหารโรงพยาบาลได้พบและพูดคุยกับครอบครัวโดยตรง เพื่ออธิบายลำดับเหตุการณ์ การดูแลรักษา สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ และแนวทางการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติม
โดยโรงพยาบาลได้แนะนำเรื่องการชันสูตรพลิกศพและแจ้งว่าพร้อมประสานและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นครอบครัวแจ้งว่าไม่ประสงค์ส่งชันสูตร และประสงค์นำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีตามประเพณี
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ทีมผู้บริหารโรงพยาบาลขุนยวมได้เดินทางไปร่วมพิธีที่หมู่บ้านของผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอีกครั้ง พร้อมรับฟังและสอบถามถึงความต้องการ ความช่วยเหลือ หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ครอบครัวประสงค์ให้โรงพยาบาลชี้แจง
ระหว่างการพูดคุย สามีและพี่สาวของผู้เสียชีวิตแจ้งว่า ครอบครัวมีความประสงค์ให้นำทารกออกจากครรภ์เพื่อประกอบพิธีตามความประสงค์ของครอบครัว ทั้งนี้ ในการหารือเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทีมโรงพยาบาลได้เคยสอบถามและเสนอแนวทางดังกล่าวแล้ว แต่ในขณะนั้นครอบครัวยังไม่ประสงค์ให้ดำเนินการ
เมื่อครอบครัวแจ้งความประสงค์ดังกล่าวในวันที่ 2 กันยายน โรงพยาบาลจึงได้ประสานและดำเนินการตามความประสงค์ของครอบครัว โดยนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังโรงพยาบาลเพื่อดำเนินหัตถการนำทารกออกจากครรภ์ การดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ เวลา 13.00 น. และได้นำร่างมารดาและทารกส่งกลับให้ครอบครัวเพื่อประกอบพิธีตามประเพณีต่อไป
ต่อมาในช่วงเย็นประมาณ เวลา 18.00 น. โรงพยาบาลได้รับทราบว่า ครอบครัวได้ทบทวนการตัดสินใจและมีความประสงค์ที่จะทราบสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจน จึงแจ้งความประสงค์ ขอให้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพ
โดยประสานผ่านสถานีตำรวจภูธรขุนยวม เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งโรงพยาบาลขุนยวมเคารพการตัดสินใจของครอบครัวในทุกช่วงเวลา และพร้อมประสาน อำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลที่จำเป็นอย่างเต็มที่
โรงพยาบาลขอยืนยันว่า จะดำเนินการตรวจสอบและทบทวนเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่การดูแลระหว่างฝากครรภ์ การประเมินก่อนเข้าสู่ระยะคลอด การเฝ้าระวังระหว่างรอคลอด การตัดสินใจส่งต่อ การดูแลระหว่างการส่งต่อ ตลอดจนการช่วยฟื้นคืนชีพ รวมทั้งจะประสานหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมทบทวนหาสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
หากพบว่ามีส่วนใดของระบบบริการที่สามารถปรับปรุงให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โรงพยาบาลจะนำมาดำเนินการแก้ไขและพัฒนาอย่างจริงจัง
ในส่วนของครอบครัว โรงพยาบาลและทีมสุขภาพในพื้นที่จะยังคงติดตามดูแล รับฟัง ประเมินสภาพจิตใจ และประสานการช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเข้าใจถึงความห่วงใยของประชาชนและสังคมต่อเหตุการณ์นี้ และพร้อมให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงเมื่อกระบวนการตรวจสอบมีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ภาพ หรือรายละเอียดที่อาจกระทบต่อสิทธิ ศักดิ์ศรี และความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย โรงพยาบาลขุนยวมขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวอีกครั้ง และจะดำเนินการอย่างเต็มที่ทั้งในการดูแลครอบครัว ค้นหาข้อเท็จจริง และนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาพัฒนาความปลอดภัยของระบบบริการต่อไป
