DPU ผนึกศรีวิชัยอาชีวศึกษา ปลุกศักยภาพเด็กสายบริบาล ต่อยอด Health & Wellness หนุนเทียบโอน–ทุนการศึกษา สู่เส้นทางอาชีพด้านสุขภาพยุคใหม่
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา เพื่อเชื่อมโยงการศึกษาระหว่างระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ และร่วมพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและศักยภาพที่สอดคล้องกับการศึกษาต่อและการทำงานในอนาคต โดยมี นายภัฏ เตชะเทวัญ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ นายพฤทธิ์ โรจน์มหามงคล ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย อาจารย์สุจารีย์ หิรัญศิริวัฒน์ หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาบูรณาการสุขภาพและความงาม วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ และคุณพชรมล สาระชาติ รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม 6-2
นายภัฏ เตชะเทวัญ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการที่มหาวิทยาลัยมองเห็นโอกาสในการต่อยอดการศึกษาของผู้เรียนสายบริบาลสุขภาพ จากเดิมที่ผู้สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่มักเลือกเรียนต่อด้านพยาบาล ขณะที่ปัจจุบันสายงานสุขภาพมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Health & Wellness ทั้งการดูแลสุขภาวะ ความงาม และเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยจึงต้องการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รู้จักเส้นทางเหล่านี้มากขึ้น พร้อมพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน เทคโนโลยี อุปกรณ์ และองค์ความรู้ด้านสุขภาพและ Wellness อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพและช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนการศึกษาและเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับความสนใจของตนเอง
“ผู้เรียนสายบริบาลส่วนใหญ่มีระยะเวลาเรียนค่อนข้างเข้มข้น ทำให้มีโอกาสไม่มากนักในการสำรวจเส้นทางอาชีพหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนต่อ การที่มหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานร่วมกับสถานศึกษาโดยตรง จะช่วยให้เราสามารถแนะนำหลักสูตรและเส้นทางอาชีพให้เด็กได้รู้จักมากขึ้น เพื่อให้เขามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่า หลังจากเรียนจบแล้วสามารถพัฒนาตัวเองต่อไปในทิศทางใดได้บ้าง” นายภัฏ กล่าว
สำหรับความร่วมมือในระยะแรก มหาวิทยาลัยเข้าไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและแนวทางการศึกษาต่อ รวมถึงพิจารณาการเทียบโอนรายวิชาหรือหน่วยกิตตามหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์เดิมมาต่อยอด ลดความซ้ำซ้อนของการเรียน และวางแผนการศึกษาได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันยังมีระบบปรับพื้นฐานสำหรับผู้เรียนที่จำเป็นต้องเสริมความรู้ในบางด้านก่อนเข้าสู่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
นายภัฏ กล่าวต่อว่า DPU มีแนวคิดเปิดกว้างด้านโอกาสทางการศึกษา โดยไม่ได้ใช้ผลการเรียนเดิมเป็นเงื่อนไขในการปิดโอกาสของผู้เรียน เพราะเชื่อว่าผู้เรียนแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ หากได้รับการเตรียมความพร้อมและการดูแลที่เหมาะสม
“อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือ ทุนการศึกษาพิเศษหรือส่วนลดค่าเล่าเรียน สำหรับผู้เรียนจากโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษาที่เข้าศึกษาต่อตามเงื่อนไขของความร่วมมือ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนที่มีความตั้งใจสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้ โดยรายละเอียดจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองสถาบันกำหนดร่วมกัน” นายภัฏ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถนำนักเรียนเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย เพื่อสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอน ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ด้านสุขภาพ ตลอดจนทำความรู้จักหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบัน DPU มีการจัดการศึกษาด้านสุขภาพหลายสาขา อาทิ เทคนิคการแพทย์ พยาบาล กายภาพบำบัด รวมถึงหลักสูตรในกลุ่ม Health & Wellness ที่สามารถต่อยอดจากพื้นฐานของผู้เรียนสายบริบาลได้
ในระยะต่อไป ทั้งสองสถาบันมีแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการบริการวิชาการ การจัดกิจกรรมให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมหรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและ Wellness ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้กับความต้องการของภาควิชาชีพได้มากขึ้น
ด้าน นายพฤทธิ์ โรจน์มหามงคล ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษา กล่าวว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนด้านการดูแลเด็กเล็กและผู้ดูแลผู้สูงอายุสามารถต่อยอดการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยจะร่วมกันพิจารณารายวิชาที่สามารถเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรของมหาวิทยาลัย รวมถึงแนวทางการศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น พยาบาล สาธารณสุขศาสตร์ และกลุ่ม Health & Wellness ตลอดจนโอกาสด้านทุนการศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพได้สอดคล้องกับความสนใจของตนเอง
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยเข้ามาแนะนำหลักสูตรและแนวทางการศึกษาต่อให้กับทางโรงเรียน ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถนำมาต่อยอดกับพื้นฐานการเรียนการสอนของโรงเรียนได้ โดยเฉพาะผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรด้านการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ และต้องการยกระดับความรู้หรือคุณวุฒิไปสู่สายวิชาชีพด้านสุขภาพในอนาคต ทั้งนี้ โรงเรียนพร้อมนำข้อมูลหลักสูตร การเทียบโอน และทุนการศึกษาของ DPU ไปสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงเปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยเข้ามาแนะแนวเพื่อให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
“โรงเรียนมีหน้าที่เปิดทางเลือกและให้ข้อมูลกับผู้เรียน ส่วนการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับนักเรียนและครอบครัว เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายและเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกัน บางคนต้องการเรียนจบแล้วออกไปทำงานทันที ขณะที่บางคนอาจต้องการศึกษาต่อ หรือทำงานไปพร้อมกับวางแผนเรียนต่อในอนาคต หากมีช่องทางด้านทุนการศึกษาหรือการเทียบโอน ก็จะช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเส้นทางของตัวเองได้กว้างขึ้น” นายพฤทธิ์ กล่าว
สำหรับผู้เรียนของโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษามีความหลากหลาย ตั้งแต่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ที่จบปริญญาตรีแล้วต้องการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการ Reskill และ Upskill เพื่อเข้าสู่งานด้านการดูแลสุขภาพ โดยการเรียนเน้นทั้งภาควิชาการและการปฏิบัติจริง เนื่องจากโรงเรียนมีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล และจัดการเรียนการสอนภายในพื้นที่โรงพยาบาล ทำให้ผู้เรียนได้สัมผัสสภาพแวดล้อมการทำงานจริง มีโอกาสฝึกปฏิบัติ และสามารถต่อยอดเข้าสู่การทำงานกับโรงพยาบาลหรือเครือข่ายพันธมิตรได้
นายพฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองสถาบัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มทางเลือกทางการศึกษาและเส้นทางอาชีพให้แก่ผู้เรียน พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต โดยยึดความพร้อมและการตัดสินใจของผู้เรียนและครอบครัวเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ภายหลังพิธีลงนาม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้นำคณะผู้บริหารจากโรงเรียนศรีวิชัยอาชีวศึกษาเยี่ยมชมพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา เพื่อให้เห็นถึงความพร้อมด้านการจัดการเรียนการสอนและแนวทางพัฒนาผู้เรียนของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการต่อยอดกิจกรรมทางวิชาการและความร่วมมือระหว่างสองสถาบันในอนาคต

