เปิดสาเหตุ ชี้ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ที่ใกล้ตัวเรา เกิดการสะสมจากการไม่ซักผ้าปูที่นอน เตียงนอนของคุณควรเป็นสถานที่พักผ่อนอันสงบสุข
ทุกคนคงชื่นชอบการนอนพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เรียนหนังสือ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลากลางคืนก็ได้กลับมานอนบนเตียงอย่างสบายใจ ก่อนจะตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตตามปกติในวันรุ่งขึ้น แต่สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยมีเวลาซักผ้าปูที่นอน อาจไม่ทันสังเกตว่าเครื่องนอนที่ใช้อยู่ทุกวันกำลังสะสมสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อปล่อยให้ผ้าปูที่นอนไม่ได้รับการซักเป็นเวลานานถึง 2 สัปดาห์
แม้เตียงนอนจะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย แต่หากละเลยการทำความสะอาด ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเหงื่อ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมัน และสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ด้วยการทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุใดผ้าปูที่นอนจึงสกปรกได้รวดเร็วกว่าที่คิด ทั้งที่อาบน้ำก่อนเข้านอนทุกคืน ความจริงคือร่างกายยังคงผลัดเซลล์ผิวและผลิตน้ำมันตามธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา ระหว่างการนอนหลับ เหงื่อ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และไขมันจากร่างกายจะถ่ายเทลงบนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนโดยตรง
นอกจากนี้ พฤติกรรมบางอย่างยังอาจเพิ่มการสะสมของสิ่งสกปรกได้ เช่น การนำสัตว์เลี้ยงขึ้นมานอนบนเตียง การรับประทานอาหารว่างก่อนนอน หรือการเข้านอนโดยยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวติดอยู่บนร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เครื่องนอนต้องเผชิญกับสิ่งปนเปื้อนมากขึ้น จึงควรหมั่นทำความสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดี
จะเสี่ยงอะไรบ้าง หากไม่ซักผ้าปูที่นอน?
- ไร ร่างกายของเรานั้นผลัดเซลล์ผิววันละ 500 ล้านเซลล์ ทำให้เกิดเป็นคราบติดอยู่บนเตียงเมื่อคุณกลิ้งไปกลิ้งมา ซึ่งเซลล์ที่ตายแล้วจะกองอยู่บนผ้าปูที่นอน นอกจากนั้นไรฝุ่นยังชอบกินเซลล์ที่ถูกผลัดออก โดยไรฝุ่นที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ทั้งยังอาจทำให้คุณเป็นกลาก คัน ได้อีกด้วย
- ติดเชื้อรา หากคุณที่ชอบเอาสัตว์เลี้ยงมานอนด้วย ก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะไรฝุ่นอาจทำให้ผิวของสัตว์กลายเป็นโรคเรื้อนได้ ทั้งมันยังสามารถแพร่กระจายมายังผิวหนังของคุณได้อีกด้วย อาจจะทำให้คุณเกิดความระคายเคือง และคัน นอกจากนั้นสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถติดเชื้อรา หรือที่เรียกว่า กลากของหนังศีรษะจากคุณได้อีกด้วย
- แบคทีเรีย เซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหงื่อ น้ำลาย และอื่นๆ สามารถเปลี่ยนเตียงของคุณเป็นจานเพาะเชื้อโรคมากมายได้โดยไม่ยาก ตัวอย่างการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า ปลอกหมอนที่ไม่ได้ซักเป็นเวลา 1 สัปดาห์ มีแบคทีเรียถึง 17,000 เท่า ซึ่งเท่ากับเชื้อโรคที่เกิดขึ้นบนที่นั่งชักโครกเลยก็ว่าได้
- สิว อาการสิวที่เป็นอยู่ของคุณอาจจะแย่ลง หรือไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าทำไมคุณถึงเป็นสิว นั้นเป็นผลมาจากการไม่ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนนั่นเอง เนื้อจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรีย สามารถอุดตันรูขุมขน จนทำให้เกิดเป็นสิวขึ้นมาได้นั่นเอง
- จุลินทรีย์ แบคทีเรียหรือไวรัสส่วนใหญ่ สามารถอยู่รอดได้บนพื้นผิวที่อ่อนนุ่มเป็นเวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง ระยะเวลาจะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของจุลินทรีย์ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ จะอาศัยอยู่ในเนื้อผ้าเป็นเวลา 15 นาที แต่จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร สามารถอยู่รอดในเนื้อผ้าได้นานถึง 4 ชั่วโมง
- โรคราน้ำค้าง หมอนของคุณอาจเต็มไปด้วยเชื้อรา ซึ่งเชื้อราบางชนิดมีผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ดังนั้นการซักผ้าปูที่นอน รวมถึงปลอกหมอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เมื่อซักแล้วก็ต้องแน่ใจว่าตากไว้จนแห้ง เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีโรคราน้ำค้าง ติดมากับเครื่องนอนของคุณก็เป็นได้
ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดจากผ้าปูที่นอนสกปรก
- ผื่นและการติดเชื้อที่ผิวหนัง แบคทีเรียที่กดทับใบหน้าของคุณเป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อคืน เป็นสาเหตุของการเกิดสิว สิวหัวขาว และผื่นแพ้ผิวหนัง ที่แย่กว่านั้นคือ การติดเชื้อรา เช่น กลาก สามารถแพร่กระจายจากผ้าปูที่นอนสกปรกได้ และติดต่อสู่คนในบ้านได้ง่ายมาก
- อาการแพ้และปัญหาการหายใจ ไรฝุ่นเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจภายในบ้าน พวกมันไม่ได้อาศัยอยู่แค่ในผ้าปูที่นอนเท่านั้น แต่ยังฝังตัวลึกเข้าไปในที่นอนและหมอน ซึ่งการซักล้างไม่สามารถกำจัดพวกมันได้ ผลการศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า การสัมผัสกับไรฝุ่นเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ใหม่ในเด็ก และทำให้อาการหอบหืดที่เป็นอยู่เดิมในผู้ใหญ่แย่ลงได้
- การนอนหลับไม่ต่อเนื่องและสุขภาพจิต การถูกแมลงกัด การระคายเคืองผิวหนัง และการเกาโดยไม่รู้ตัวตลอดทั้งคืน ล้วนรบกวนวงจรการนอนหลับของคุณ งานวิจัยเชื่อมโยงการนอนหลับที่ถูกรบกวนเป็นเวลานานกับการเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอล ความผันผวนทางอารมณ์ ความเหนื่อยล้า และประสิทธิภาพการทำงานของสมองที่ลดลง สิ่งที่เริ่มต้นจากการคันผ้าปูที่นอนอาจลุกลามกลายเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังได้
ที่มาข้อมูล : bargoosebedding / hellokhunmor