เช็กลิสต์ สิ่งของจำเป็น น่าตุนเอาไว้ สำหรับเตรียมพร้อมรับมือภัยฉุกเฉิน สถานการณ์ไหนก็รอด เผย เคล็ดลับควรเลือกแบบไหนถึงจะดี

จากสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่หลายประเทศแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น สงครามระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติต่างๆ โดยกักตุนอาหารให้เพียงพอ 72 ชั่วโมง ดังนั้น เราจะพามาสำรวจ สิ่งที่เราควรเตรียมไว้เพื่อรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นมีอะไรบ้าง

5 สิ่ง ควรเตรียมพร้อม เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

1.น้ำดื่มสะอาด คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะน้ำจำเป็นต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย หากขาดอาหารแต่ยังมีน้ำก็ยังพอยื้อเวลาต่อไปได้ เนื่องจากน้ำช่วยรักษาสมดุลของเหลว และควบคุมอุณหภูมิในตัวได้ น้ำยังใช้ในการทำอาหาร ชงนม และชงเครื่องดื่ม หากอยู่ในสถานการณ์อย่าง น้ำท่วม ไฟฟ้าดับ หรือน้ำไม่ไหล การรองน้ำหรือซื้อตุนไว้ก็ช่วยให้ยังมีน้ำสะอาดไว้ใช้ได้

  • ปริมาณที่ควรสำรองต่อ 1 คนต้องการน้ำทั้งหมด 9 ลิตร ดังนั้น หากบ้านมี 2 คน ก็ต้องมีน้ำทั้งหมด 18 ลิตร อย่างไรก็ตาม ควรตุนน้ำให้มากกว่าคนในบ้าน อาจช่วยได้ในสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ
  • สิ่งที่ควรระวัง เลือกน้ำดื่มที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทได้มาตรฐาน เก็บไว้ในที่แห้ง ไม่แช่น้ำหรือโดนความร้อนโดยตรง กรณีแบ่งใส่ขวดเองก็ควรใช้ภาชนะที่สะอาดฝาปิดได้สนิท ภาชนะที่ใช้ต้องไม่ผ่านการบรรจุสารเคมีมาก่อน และหากรู้ว่าน้ำปนเปื้อนก็ไม่ควรนำมาดื่มเลยทันที ควรจะต้องต้มและกรองผ่านการซ่าเชื้อก่อน

2.ปลากระป๋อง เป็นหนึ่งในอาหารประจำบ้านที่หลายบ้านเลือกซื้อติดบ้านไว้ตลอด มีโปรตีน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ให้พลังงานและสารอาหาร อย่างไขมันและแร่ธาตุบางชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับปลาและส่วนประกอบของแต่ละยี่ห้อด้วย และพร้อมทานเสมอ เปิดแล้วทานได้เลยไม่ต้องอุ่นหรือปรุงรส เก็บรักษาได้นานอยู่ในอุณหภูมิปกติได้นาน ตามวันหมดอายุที่กำหนดบนฉลาก ราคาไม่แพงหาซื้อง่าย มีขายทั่วไปและทั่วประเทศ อย่างร้านสะดวกซื้อ ร้านของชำต่างก็มีขายทั่วไป

สิ่งที่ควรระวัง กระป๋องจะต้องไม่บุบ ไม่ยุบ ไม่บวม ไม่มีสนิม และไม่รั่ว จะต้องเก็บในที่อุณหภูมิที่ปกติ ไม่ก็ในที่เย็น แต่ต้องไม่ร้อน หรือแดดส่องโดยตรง โดยต้องเช็กวันหมดอายุก่อนซื้อและคอยเวียนซื้ออาหารมาสำรองแทนการซื้อทีเดียว และต้องดูปริมาณโซเดียมให้ดี เพราะบางยี่ห้อโซเดียมอาจจะสูงมาก เมื่อเปิดแล้วควรกินให้หมด แต่ถ้าไม่หมดก็จำเป็นต้องแช่เย็น

3.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นอาหารยอดฮิตที่ใช้เก็บตุนไว้ยามฉุกเฉิน เพราะราคาถูก มีหลายรสชาติให้เลือก กินง่ายเพียงแค่เติมน้ำร้อน ใส่เครื่องปรุง รอเวลาก็สามารถกินได้เลย โดยให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต น้ำหนักเบามากพกพาสะดวก ใช้พื้นที่เก็บน้อย และเก็บไว้ได้ค่อนข้างนาน

สิ่งที่ควรระวัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องเก็บในที่แห้งและอุณหภูมิปกติเลี่ยงพื้นที่ชื้น แสงแดดหรือร้อนจัด เช็กวันหมดอายุและสภาพของตัวสินค้าว่าฉีกขาดหรือมีความชื้นอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีส่วนประกอบของโซเดียมสูงประมาณ 1,400–2,600 มิลลิกรัมต่อซอง จึงควรระมัดระวังในกรณีของผู้ป่วยที่ต้องเลี่ยงอาหารโซเดียมสูง

4.นม UHT ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ทำให้เก็บรักษาได้นาน มีโปรตีนที่สูง ช่วยส่งเสริม ซ่อมแซม และรักษามวลกล้ามเนื้อได้ มีแคลเซียมรักษาความแข็งแรงของกระดูกและฟัน มีวิตามินและแร่ธาตุโดยเฉพาะ บี2 บี 12 และฟอสฟอรัส ซึ่งนมเป็นสิ่งพร้อมทานได้เลย มีหลากหลายขนาดและรสชาติ

สิ่งที่ควรระวัง หากจะเลือกซื้อนม UHT ต้องเลือกกล่องที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่บุบ ไม่รั่ว หรือฉีกขาด เก็บในที่แห้ง ที่เย็น และต้องไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง ตรวจสอบวันหมดอายุก่อนจะซื้อมากักตุน ควรเลือกซื้อขนาดที่สามารถกินหมดได้ในครั้งเดียว เพราะถ้าดื่มไม่หมด การเก็บรักษาต้องอาศัยความเย็น อาจจะลำบากหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

5.แครกเกอร์หรือขนมปัง เป็นอาหารที่ใช้สำรองได้ เพราะไม่ต้องผ่านการปรุงสุก รับประทานได้ในทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือความร้อน มีคาร์โบไฮเดรต ส่วนประกอบหลักคือแป้ง จึงเป็นแหล่งพลังงานอย่างดี มีน้ำหนักเบาพกพาได้สะดวก เก็บได้ในอุณหภูมิปกติ ทั้งยังมีให้เลือกหลายรสชาติ หลายรูปแบบ

สิ่งที่ควรระวัง เลือกแครกเกอร์หรือขนมปังที่อยู่ในห่อปิดสนิท ไม่มีรอยฉีกขาด เก็บในที่แห้งหรือเย็น ให้เลี่ยงความร้อนโดยตรง เพราะอาจจะทำให้ความกรอบลดลงหรือเสียได้ เช็กสินค้าว่ามีเชื้อรา หรือสิ่งแปลกปลอมหรือไม่ ดูวันหมดอายุที่สินค้าก่อนเลือกมาเก็บตุนไว้ และเมื่อเปิดห่อขนมแล้วควรกินให้หมด หากไม่หมดควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะยังไม่ได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนกักตุนอาหาร แต่การเตรียมความพร้อมไว้เสมอเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เป็นสิ่งสำคัญ

โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินอื่นได้ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว โรคระบาด ไฟไหม้ จลาจล การก่อวินาศกรรม

“กระเป๋าฉุกเฉิน” ควรจัดเตรียมของจำเป็น 6 หมวด ได้แก่

สำหรับ “กระเป๋าฉุกเฉิน” ประชาชนควรจัดเตรียมของจำเป็น 6 หมวด ได้แก่

  1. ยาและสุขภาพ ได้แก่ ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว เอกสารประวัติการรักษา
  2. อาหารและน้ำ โดยน้ำดื่มควรเตรียมพร้อมไว้ 3 ลิตร/คน/วัน อาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน หากมีกลุ่มเปราะบาง ควรเตรียมอาหารเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยไว้ด้วย
  3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุสำหรับฟังข่าวหากสัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด นกหวีดขอความช่วยเหลือ เทียนไข ไฟแช็ก สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก เทป
  4. เอกสารและเงินสด โดยเตรียมเอกสารสำคัญพร้อมสำเนาไว้ในซองกันน้ำ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน กุญแจสำรอง และเงินสด กรณีธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ไม่สามารถใช้งานได้
  5. สุขอนามัยส่วนบุคคล อาทิ ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ
  6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม/ถุงนอน ให้เพียงพอในช่วงเผชิญเหตุช่วงแรก

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดที่อาจเกิดขึ้น การสำรองหรือเตรียมพร้อมไว้นั้นไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย หากทางภาครัฐมีการออกมาเตือนให้เริ่มกักตุน ข้อมูลข้างต้นก็จะช่วยให้เตรียมตัวได้ง่ายมากขึ้น และหากไม่ได้มีสถานการณ์ใดๆ สิ่งเหล่านี้ยังสามารถนำมาใช้สอยภายหลังได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เปิดวิธีรับมือภัยพิบัติ ญี่ปุ่น เตือนประชาชนตุนเสบียง 7 วัน แนวทางที่คนไทยควรรู้

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน