อิงฟ้า อัพเดตจมูกใหม่ พอใจทรงรับหน้า เผยเหตุผลต้องแก้เน้นปลอดภัย ขอหน้าไม่เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ หมอใช้ AI ช่วยออกแบบ
สวยเป๊ะขึ้นมาก สำหรับ อิงฟ้า วราหะ ล่าสุดเปิดใจถึงเหตุผลตัดสินใจไปแก้จมูกใหม่ มีปัญหาสุขภาพปลายจมูก ไม่สามารถปล่อยไว้นานได้ ยอมรับทำการบ้านหนัก เน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ขอหมอหน้าไม่เปลี่ยนแต่ดูดีขึ้น เผยตอนนี้พอใจทรงจมูกใหม่ แฟนคลับชมรับกับใบหน้า แต่ต้องรออีก 1-2 เดือนจึงจะเข้าที่

สวยขึ้น?
“เราก็ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น(ยิ้ม) ล้อเล่น ที่ตัดใจแก้จมูกรอบนี้ มาจากเสียงของแฟนๆ นางงาม เพราะว่าตั้งแต่ตอนเราประกวด บอกว่าทุกอย่างดีหมดเลย แต่เมื่อไหร่จะแก้จมูก บวกกับว่าเรามีปัญหาเรื่องสุขภาพด้วย แล้วก็มีปัญหาที่ปลายจมูก ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยไปนานกว่านี้ได้แล้ว ก็เลยต้องขออนุญาตทางกอง หยุดไป 12 วัน แล้วก็กลับมาออกงานอย่างที่ทุกคนเห็น แก้ที่ไทย (มีคนบอกว่าราคาเกือบครึ่งล้าน?) คนที่ว่าคือใคร(ยิ้ม)”
“ซึ่งถามว่าเราทำแล้ว เราพอใจไหม เราก็ลุ้นเหมือนกัน แต่เราก็พอใจ ตั้งแต่เรื่องแรกเลยเรื่องความปลอดภัย และเรื่องที่ทรงสวยหรือไม่สวย จะเข้ากับใบหน้าของเราไหม ก็ต้องรอคนอื่นมอง แต่พอได้มาเจอแฟนคลับ แฟนคลับก็บอกว่า จมูกรับหน้า รับคาง รับปาก เราก็โอเค วันนี้เรามาได้รับฟีดแบ็กแล้ว แต่จริงๆ มันเพิ่งแค่ 16 วันเอง จะถามว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ยัง หนูคิดว่าต้องใช้เวลา 1-2 เดือน จึงจะเข้าที่”

กลัวไหมเรื่องศัลยกรรม ด้วยความที่เราเป็นดาราที่ต้องใช้ใบหน้าทำงาน?
“อันนี้เราต้องเช็คถึงเรื่องความปลอดภัย ต้องดูเรื่องของดีเทลรายละเอียด เพราะว่าการตัดสินใจที่ทำรอบนี้ เราทำการบ้านเยอะ ต้องมีคนช่วยดูในหลายๆ เรื่อง ซึ่งเราก็คุยกับหมอว่าเรื่องแรกเราขอปลอดภัยก่อน เรื่องที่สองขอหน้าไม่เปลี่ยน แต่ว่าดูดีขึ้น เพราะว่าเราก็กลัวว่าถ้าทำแล้วเดี๋ยวจะเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของเราไป ซึ่งจริงๆ เราก็ชอบทุกอย่างที่ตัวเราของเราอยู่แล้ว นอกจากเรื่องความเซฟ ความปลอดภัย เราก็ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าโห…หน้าเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ เพราะจริงๆ มันมีเหตุผลในการที่เราจะต้องทำจมูกครั้งนี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้เช็คโหงวเฮ้ง เราเน้นเรื่องความปลอดภัยและหน้าไม่เปลี่ยน”
ทำจมูกครั้งนี้เรามี Reference ไหม?
“หมอเขาก็เอาหน้าเราไปทำเจน AI (จมูก AI ?) ไม่ใช่ (หัวเราะ) แต่จะบอกว่า AI มีประโยชน์นะ เราไม่ได้เอาตัวอย่างจมูกใครไปให้หมอดู เขาก็เอาหน้าเราไปเจน AI ว่าจมูกทรงไหนเหมาะกับหน้าเรา ทำแบบนี้มันออกมาแบบไหน เพราะว่าเราทำแค่นี้เราโอเคแล้ว พอแล้ว เหนื่อย”

มีทริกอะไรในการทำบ้าง?
“คือเวลาถ้าหนูผ่าตัด หรือว่าต้องทำอะไรบ้าง เราก็ขออนุญาตตัวเอง ขออนุญาตเจ็บปวด ถ้าจะต้องผ่าตัดอะไร มันเป็นความเชื่อสำหรับตัวเราเอง แต่เราไม่ได้มู หรือไปไหว้อะไรก่อนที่เราจะเข้าไปผ่าตัด เราก็บอกว่าขอทนเจ็บหน่อยนะ บอกร่างกายเราว่าสู้ไปด้วยกันนะ และถ้าเป็นไปได้ก็บอกว่าหายไวๆ นะ เพราะว่าเรามีงานมีอะไรต้องรออยู่”
คิดว่าเราโชคดีมั้ย ที่หน้าไม่บวมช้ำ?
“โชคดีค่ะ อาจจะด้วยความที่เป็นเราด้วย คุณหมอก็เลยมีความปราณีต อยู่ในห้องผ่าตัดค่อนข้างนาน”
ถามถึงเรื่องร้านกาแฟหน่อยเห็นว่าอยากจะขยายไปทั่วไทย?
“ก็อยาก แต่ว่าไม่มีเวลาเลย มีหลายคนติดต่อมาเรื่องจะมีแฟรนไชส์ไหม จะเข้าห้างสรรพสินค้าไหม ราคานี้ๆ แต่เราก็กลัวว่าถ้าเขาเอาไปทำแล้วถ้าไม่ดี เราทำเองดีกว่า ก็คิดว่าแพลนในอนาคต อาจจะมีที่หาดใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่นที่เป็นหัวเมืองใหญ่ก่อน”
จะมีธุรกิจอื่นด้วยใช่ไหม?
“อยากๆ แต่ว่ามันมีความยุ่งยากค่อนข้างยาก รายละเอียดดีเทลค่อนข้างเยอะ จะต้องมีการพูดคุยขอคำปรึกษากับทางผู้ใหญ่ จากบอส จากทางองค์กรก่อน ว่าควรหรือไม่ควร”
อย่างร้านกาแฟ ถ้าต้องเลือกหัวเมืองใหญ่ จะเลือกที่ไหนก่อน?
“หาดใหญ่ครั้ง เพราะพี่น้องชาวหาดใหญ่แฟนคลับเราค่อนข้างเยอะมากๆ เท่าที่เราไปออกอีเวนต์ที่สังเกตคนเยอะมาก แล้วก็คิดว่าพี่น้องทางภาคใต้น่าจะชอบทานอะไรที่เป็นน้ำหวาน เขาดังเรื่องชาเย็น เราก็ทำการบ้านมา มีหลายคนที่ไม่สะดวกเดินมากรุงเทพฯ แต่อยากลองทานเมนูของเรา”.