กรมน้ำบาดาลจับมือธ.ก.ส.ช่วยเกษตรกรเข้าถึงแหล่งน้ำ สร้างความเข้มแข็ง ในระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ พัฒนาผู้ใช้น้ำเดิม 793 ชุมชน
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ห้องประชุมจำเนียรสาร ชั้น 24 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ บางเขน รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ ที่ปรึกษากรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ว่าด้วย “การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้น้ำบาดาลเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน” ระหว่าง นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธ.ก.ส. เพื่อร่วมจัดหาน้ำต้นทุนและยกระดับกลุ่มเกษตรกรจากกลุ่มผู้ใช้น้ำ เป็นกลุ่มผู้ผลิต และนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปี ทั้งทวีความรุนแรงและขยายพื้นที่ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและเกษตรกรเป็นจำนวนมาก เกิดสภาวะขาดแคลนน้ำทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเล็งเห็นความสำคัญในภาคเกษตรกรรมมาโดยตลอด จึงดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 โดยในปี 2563 นี้ ได้ร่วมแก้ไขปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศมากกว่า 793 แห่ง โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำบาดาลให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งคำนึงถึงการใช้พลังงานทางเลือก คือพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นายศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับธ.ก.ส.ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีการพัฒนาต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ที่เคยเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ ให้เปลี่ยนเป็นกลุ่มผู้ผลิตที่มีคุณภาพ สร้างความเข้มแข็ง ในระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ด้านนายอภิรมย์ กล่าวว่า ธ.ก.ส. มุ่งยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยสนับสนุนการดำเนินงานของภาคเกษตรไทยทั้งในด้านเงินทุนและให้ความรู้ในการบริหารจัดการ รวมถึงปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการทำเกษตรกรรม คือ “น้ำ” โดยธ.ก.ส. และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกันในการคัดเลือกชุมชน องค์กรชุมชน ที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าถึงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร
ด้วยการสนับสนุนการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล สนับสนุนน้ำต้นทุน ในการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปบริหารจัดการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนใหม่ จำนวน 10 ชุมชน และพัฒนากลุ่มผู้ใช้น้ำเดิม จำนวน 793 ชุมชน

