กรมควบคุมโรค เปิดข้อมูล พิษสุนัขบ้า ปี 68 เสียชีวิตแล้ว 7 ราย เตือนอันตรายถึงชีวิต แนะถูกหมากัดให้ทำความสะอาดแผล และรีบไปฉีดวัคซีนป้องกัน
วันที่ 23 ก.ย.2568 นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากข่าวแจ้งเตือนพบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ และประชาชนถูกสุนัขกัดในพื้นที่เขตประเวศ ส่งผลให้มีการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมวในพื้นที่เสี่ยง 11 แห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานคร และจ.สมุทรปราการ ได้แก่
- แขวงหนองบอน เขตประเวศ
- แขวงดอกไม้ เขตประเวศ
- แขวงประเวศ เขตประเวศ
- แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง
- แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง
- แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง
- แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง
- แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา
- แขวงบางจาก เขตพระโขนง
- ต.บางแก้ว อ.บางพลี
- ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี
ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ติดตามผู้สัมผัสสัตว์ที่ยืนยันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสโรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการนัดหมายให้มาฉีดวัคซีนให้ครบชุดตามแนวทางเวชปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการฉีดวัคซีนที่ถูกต้อง

นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์โดยกรมปศุสัตว์ ในปี 2568 ณ วันที่ 20 กันยายน 2568 พบว่า ประเทศไทยพบโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์แล้ว 204 ตัว กระจายอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
จากการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในคนของกรมควบคุมโรค พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 7 ราย ซึ่งมีสาเหตุการเสียชีวิตหลักมาจากการไม่ไปพบแพทย์ และไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสโรค
ดังนั้น เพื่อป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้าหากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ให้รีบล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ คือ รีบล้างแผลด้วยน้ำ และสบู่นาน 10 – 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื้อ กักสัตว์เพื่อดูอาการอย่างน้อย 10 วัน และรีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุด โดยต้องไปตามนัดของแพทย์เสมอ เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้จนแสดงอาการของโรคแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายและเสียชีวิตได้
“ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรเฝ้าระวังสัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ดุร้าย กัดสิ่งของ วิ่งเพ่นพ่าน หรือเซื่องซึมซุกตัวในที่มืด ปากอ้า ลิ้นห้อยและสีแดงคล้ำ น้ำลายไหล ตัวแข็ง หรือขาอ่อนเปลี้ย เดินโซเซ เป็นต้น หากพบเห็นให้รีบกักสัตว์ และแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ หากสัตว์ตัวนั้นตาย และพบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะติดตามผู้สัมผัสสัตว์ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสโรคอย่างครบชุด โดยผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อนจะได้รับวัคซีนประมาณ 4 – 5 ครั้ง สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อนจะได้รับวัคซีน 1–2 ครั้ง
ประชาชนที่เลี้ยงสุนัข และแมวต้องมีความรับผิดชอบโดยการนำสัตว์เลี้ยงทุกตัวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้สัตว์เลี้ยง และป้องกันการแพร่เชื้อสู่คน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นพ.ภาณุมาศ กล่าว
