ช่วย 6 ชีวิตติดในบ้าน หลังคันดินกั้นน้ำถล่ม มวลน้ำทะลักไม่ถึง 5 นาทีท่วมหมู่บ้าน ชาวบ้านอพยพแทบไม่ทัน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังกรมชลประทานได้ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำหลายครั้งต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “แมตโม” ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงอย่างรวดเร็ว กดดันแนวคันดินกันน้ำ ที่เทศบาลตำบลโพนางดำออก สร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำตลอดแนว ซึ่งมีความสูงกว่า 2 เมตร
จนกระทั่งช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากเพจของเทศบาลตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา ได้ประกาศ “แจ้งเตือนประชาชนเก็บของขึ้นที่สูงเป็นการเร่งด่วนทางเทศบาลมีความจำเป็นต้องเปิดน้ำเข้าในหมู่บ้าน #ขอให้พี่น้องประชาชนเก็บของเป็นการเร่งด่วน” เพียงไม่กี่นาที คันดินบริเวณหน้าวัดสมอได้เกิดการทรุดตัวและพังทลายพร้อมกัน 2 จุด น้ำจากแม่น้ำไหลทะลักผ่านช่องโหว่เข้าท่วมถนนและหมู่บ้านที่อยู่ด้านในอย่างรุนแรง กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำให้ชาวบ้านหลายหลังคาเรือนอพยพไม่ทัน ชาวบ้านที่ได้ข่าวก็รีบเก็บข้าวของหนีน้ำกันโกลาหล
อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาทได้รับแจ้งเหตุว่ามีประชาชนติดอยู่ภายในบ้าน รวม 6 คน เป็นผู้หญิง 3 คน และเด็กเล็ก 3 คน จึงรีบระดมกำลังพร้อมเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลแรงและฝนที่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถนำผู้ประสบภัยทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย
นางลภัส สุวรรณวร อายุ 55 ปี หนึ่งในผู้ติดอยู่ภายในบ้าน เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า น้ำมาเร็วมาก ไม่ถึง 5 นาที บ้านเราเป็นบ้านชั้นเดียว เก็บอะไรไม่ทันเลย เครื่องใช้ไฟฟ้าพังหมด เด็กมี 3 คน ออกมาได้แล้ว 2 คน อายุ 3 ขวบกับ 8 ขวบ แต่ยังเหลืออีก 1 คน อายุ 3 เดือน อยู่กับแม่เขา ใจจะขาดเลย
นางลภัส เล่าต่อว่า สามีและลูกชายทำงานอยู่เทศบาลตำบลโพนางดำออก ช่วงนี้ต้องออกช่วยงานเสริมคันดินแทบทั้งวันทั้งคืน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ตอนแรกว่าจะเอาเต็นท์ขึ้นไปตั้งบนถนนคันคลองเพื่อจะหนีน้ำ แต่เจ้าหน้าที่ขอไว้ก่อนเพราะรถดินจะวิ่งเข้าเสริมแนวคันดิน ฝนก็ตกหนักทั้งวัน จนคันดินรับไม่ไหวพังลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว