ปัจจุบันการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นหนึ่งในหัตถการด้านความงามที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งก็พบผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลังการเสริมหน้าอก ไม่ว่าจะเป็น หน้าอกแข็งผิดปกติ ซิลิโคนเบี้ยว ไม่เท่ากัน ขนาดไม่เหมาะสม เจ็บเรื้อรัง หรือผลลัพธ์ไม่ตรงกับความคาดหวัง จนนำไปสู่การตัดสินใจ “แก้ไขเสริมหน้าอก” หรือที่เรียกกันว่า Breast Revision Surgery

นพ.พลเดช สุวรรณอาภา หรือ หมอหลุยส์ แพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางจาก จาเรมคลินิก เปิดเผยว่า

“การแก้หน้าอกเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่าการเสริมหน้าอกครั้งแรกหลายเท่า เพราะต้องจัดการกับปัญหาเดิมที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งวางแผนใหม่ให้เหมาะกับโครงสร้างร่างกายและสภาพเนื้อเยื่อของคนไข้แต่ละราย”

 

 

 

 

 

 

 

 

เสริมหน้าอกมาแล้ว 10ปีต้องแก้จริงไหม?

“การเสริมหน้าอกจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนเมื่อครบ 10 ปี และสามารถอยู่ได้ยาวนานแต่ขึ้นอยู่กับปัจจัย3ประการ ได้แก่

1.เทคนิคผ่าตัดของศัลยแพทย์ การผ่าตัดไม่รุนแรง ไม่มีเลือดคั่ง แผลไม่ติดเชื้อ อุปกรณ์ผ่าตัดผ่านการทำให้ปราศจากเชื้ออย่างถูกวิธี ห้องผ่าตัดได้มาตรฐาน

2.ใช้ซิลิโคนที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง

3.คนไข้ดูแลตัวเองต่อเนื่อง และเข้ารับการตรวจติดตามเป็นประจำ”

 

“เคสแก้ไขที่ผมพบส่วนใหญ่เกิดจากซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน ทำให้แตกรั่วซึมและเกิดพังผืด พบได้บ่อยในกลุ่มที่เสริมมานานกว่า 10 ปี จึงกลายเป็นคำพูดว่า ‘เสริมหน้าอก 10 ปีต้องเปลี่ยน’ แต่ถ้าใส่ซิลิโคนที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นก็อาจไม่เกิดปัญหา” หมอหลุยส์กล่าว

“คุณหมอหลุยส์ให้คำอธิบายคนไข้อย่างชัดเจนก่อนลงมือเสริมหนือแก้หน้าอกเสมอ”

https://www.youtube.com/watch?v=76Al5buH50g

“คุณหมอหลุยส์ได้รับเชิญไปให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้หน้าอกในรายการ LifeDot”

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราใส่ซิลิโคนได้มาตรฐาน?

หมอหลุยส์แนะนำว่า คนไข้ควรทราบ “แบรนด์ซิลิโคน” ที่ใส่ และควรได้รับข้อมูลเอกสารประกอบ เช่น บัตรรับประกัน/สติกเกอร์/กล่องผลิตภัณฑ์จากสถานพยาบาลทุกครั้ง

“ที่จาเรมคลินิก เราจะมีบัตรรับประกันและกล่องซิลิโคนให้คนไข้กลับทุกครั้ง แต่เคสที่มาแก้จำนวนมากพบว่าแพทย์เดิมไม่ได้แจ้งว่าใส่แบรนด์อะไร และไม่ได้ให้เอกสารกลับบ้าน”

“ดังนั้นขอฝากถึงคนที่เสริมมานานๆแล้ว จำไม่ได้ว่าใส่ซิลิโคนอะไร ให้กลับไปเช็คที่สถานพยาบาลเดิม และถ้ามีอาการหน้าอก เจ็บ แข็ง ผิดรูปให้รีบแก้ไข อย่าปล่อยทิ้งไว้”

สาเหตุยอดนิยมที่คนไข้มาแก้ไขเสริมหน้าอก

จากประสบการณ์การรักษา พบว่าสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • หน้าอกแข็ง/พังผืด (Capsular Contracture)
  • ซิลิโคนผิดตำแหน่ง หน้าอกไม่เท่ากัน
  • ขนาดหรือทรงไม่เหมาะกับรูปร่าง (เล็กไป/ใหญ่ไป)
  • ซิลิโคนเสื่อมสภาพ แตกรั่ว (พบมากขึ้นในเคสเกิน 10 ปี โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ทราบชนิดซิลิโคน)
  • ไม่ต้องการใส่อีก ต้องการถอดออก

 

1)หน้าอกแข็ง เกิดพังผืด (Capsular Contracture)

“พังผืดแบ่งเป็น 4 ระดับ หากเป็นระดับ 3 (แข็งมาก) หรือระดับ 4 (แข็งและเจ็บ) มักจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ”

“พังผืดหน้าอกระยะที่ 3-4ที่คุณหมอหลุยส์เลาะออกมา”

 

นวดหน้าอกรักษาพังผืดได้ไหม?

“การนวดไม่ได้ช่วยแก้พังผืดอย่างที่เข้าใจกัน เพราะพังผืดเหนียวมาก บางรายที่รู้สึกว่านวดแล้วนิ่มลง อาจเป็นเพราะซิลิโคนแตกแล้วทำให้สัมผัสเปลี่ยน”

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพังผืด?

“คนไข้ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพังผืดหรือไม่ หมอแนะนำให้กลับไปตรวจติดตามอาการกับแพทย์ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกให้เป็นระยะ โดยเฉพาะหากเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น แข็งขึ้น เจ็บ หรือทรงเปลี่ยน”

“ตัวอย่างของหน้าอกไม่เท่ากัน หน้าอกผิดรูป”

 

2)ซิลิโคนผิดตำแหน่ง หน้าอกไม่เท่ากัน

“เสริมหน้าอกไปแล้วหน้าอก ไม่เท่ากันเกิดได้หลายสาเหตุ สาเหตุหลักๆคือพังผืดเกาะแข็ง ทำให้หน้าอกผิดรูป ส่วนกรณีอื่นๆคือ เสริมหน้าอกวางซิลิโคนผิดตำแหน่ง วางสูงไป/ต่ำไป แพทย์ต้องอาศัยประสบการณ์ในการประเมินร่างกายแต่ละคน เลือกเทคนิคผ่าตัดและชนิดซิลิโคนให้เหมาะสม”

 

3)ขนาดหรือทรงไม่เหมาะกับรูปร่าง (เล็กไป/ใหญ่ไป)

“ขนาดหน้าอกเป็นความชอบส่วนบุคคล ผมจะประเมินโดยดูจากโครงสร้างร่างกายเป็นหลัก คือไม่ใส่ใหญ่เกินตัวจนเกิดอันตราย เน้นสวยพอดีตัวสมส่วน จึงมีเคสมาขอแก้เพื่อลดขนาดอยู่ต่อเนื่อง และหากมีพังผืดร่วมด้วยก็สามารถวางแผนรักษาให้จบในครั้งเดียวได้”

“ซิลิโคนเสื่อมคุณภาพที่แตกค้างอยู่ในตัวคนไข้”

4)ซิลิโคนเสื่อมสภาพ แตกรั่ว

หมอหลุยส์เตือนว่า กลุ่มที่เสริมมานานเกิน 10 ปีควรระวัง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่แน่ใจชนิดซิลิโคน เพราะในอดีตเคยมีซิลิโคนคุณภาพต่ำถูกใช้แพร่หลาย เมื่อเสื่อมสภาพอาจแตกเป็นชิ้นและเกิดการคั่งของเจลในร่างกายได้

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าซิลิโคนรั่วหรือแตก

“ซิลิโคนรั่วหรือแตก ดูจากอาการก่อน ส่วนใหญ่จะมีพังผืดร่วมด้วย ถ้าเดิมมีหน้าอกแข็งจากนั่นสัมผัสเปลี่ยนเป็นนิ่ม คาดว่าซิลิโคนแตกไปแล้ว หรือหน้าอกแข็งมากๆแสดงว่าเจลที่ออกมาระคายเคืองเพิ่มความแข็งของพังผืดให้มากกว่าเดิมได้”

“การไปเอกซเรย์ เช่น อัลตราซาวน์/แมมโมแกรม ช่วยได้บางส่วน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ 100% ทางที่ดีควรให้แพทย์ตรวจและประเมินอย่างละเอียด“

“คุณหมอหลุยส์ตรวจเช็คร่างกายหลังจากเสริมหน้าอกไปแล้ว”

 

5)ไม่ต้องการใส่อีก ต้องการถอดออก

“เมื่อคนไข้เสริมหน้าอกไปนานๆ มีหลายคนที่ต้องการถอดออกด้วยหลายสาเหตุ เช่นอายุมากขึ้น ปวดหลัง หรือ ไม่ชอบทรง ขนาดใหญ่ไป ฯลฯ สามารถถอดออกได้อย่างปลอดภัย แต่ควรถอดอย่างถูกวิธี พร้อมทำความสะอาดโพรงภายในและจัดการพังผืดให้เหมาะสม ”

 

หัวใจของการแก้หน้าอก: วางแผนเฉพาะบุคคล

หมอหลุยส์ย้ำว่า การแก้หน้าอกไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันได้กับทุกคน จำเป็นต้องประเมินอย่างละเอียด ทั้งประวัติการผ่าตัดเดิม ชนิดและตำแหน่งซิลิโคน สภาพพังผืด ความยืดหยุ่นของผิวหนัง รวมถึงความต้องการของคนไข้ในปัจจุบัน

ความสำคัญของการวางแผนเฉพาะบุคคล

จุดเด่นของการแก้หน้าอกของหมอหลุยส์ จาเรมคลินิก คือการวางแผนการรักษาแบบ Personalized โดยแพทย์จะอธิบายทางเลือกให้คนไข้เข้าใจอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็น

  • การเปลี่ยนชนิดหรือขนาดซิลิโคน
  • การเปลี่ยนตำแหน่งซิลิโคน (เช่น ใต้กล้ามเนื้อ / Dual Plane)
  • การเลาะหรือจัดการพังผืดอย่างเหมาะสม
  • การแก้ไขทรงร่วมกับการยกกระชับหน้าอกในบางราย

“เป้าหมายของการแก้หน้าอก ไม่ใช่แค่ให้ดูสวยขึ้น แต่ต้องปลอดภัยในระยะยาว และลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ” หมอหลุยส์กล่าว

“หน้าอกที่คุณหมอแก้ไข สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://jaremclinic.com/breast-correction-reviews/

 

 

 

 

 

เลือกแพทย์ให้ถูก ก่อนตัดสินใจแก้ไข

หมอหลุยส์ฝากถึงผู้ที่กำลังพิจารณาแก้ไขเสริมหน้าอก ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้าน Breast Revision โดยเฉพาะ มีการอธิบายความเสี่ยง ข้อจำกัด และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างชัดเจน ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

“การแก้หน้าอกคือการแก้ทั้งปัญหาทางกายและความมั่นใจของคนไข้ หากวางแผนถูกต้องและทำโดยแพทย์ที่เข้าใจจริง ผลลัพธ์ที่ได้จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคนไข้ได้อย่างมาก”

“ผ่าตัดเสริมหน้าอกต้องถูกวิธีและห้องผ่าตัดต้องได้มาตรฐาน”

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://jaremclinic.com/

Facebook : https://www.facebook.com/JaremBreastsurgery

Youtube : https://www.youtube.com/@jaremclinic

INBOX : m.me/JaremBreastsurgery

โทร : 091-782-0606 or 02-641-4091

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน