เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน สิ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงและเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษก็คือโรคไข้หวัดใหญ่ แต่รู้ไหมว่า ยังมีภัยเงียบทางเดินหายใจอีกชนิดที่ต้องเฝ้าระวังไม่แพ้กัน และสามารถพบเจอได้ตลอดทั้งปี นั่นคือ ‘ไวรัส RSV’1,17,34,38,39
ความน่ากังวลนี้ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริงแต่อย่างใด เพราะ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนว่า ช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลที่พบการระบาดของกลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ปอดอักเสบ และโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมไปจนถึงพฤศจิกายนของทุกปี1
ขณะที่งานวิเคราะห์ภาระโรคที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Infectious Diseases ประเมินไว้ว่า ในปี 2015 มีผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไปทั่วโลก ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยปอดอักเสบจากไวรัส RSV ราว 336,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลมากถึง 14,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ภัยเงียบที่ควรมองข้าม2
ที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคือ หลายคนอาจจะคุ้นหูคำว่า RSV จากข่าวคราวในกลุ่มเด็กเล็ก จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่านี่คือโรคของเด็กเท่านั้น3 แต่จริงๆ แล้ว เชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในผู้สูงอายุได้เช่นกัน และหนึ่งในสาเหตุหลักๆ ของการติดเชื้อทางเดินหายใจทางเดินส่วนล่าง และอาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบได้4,5,37

ติดง่ายแค่หายใจ จากไข้หวัดธรรมดาอาจนำไปสู่ภาวะวิกฤต
เพราะอาการเริ่มต้นของโรคนี้มักแยกยากจากไข้หวัดธรรมดามาก มีเพียงไข้ ไอ และมีน้ำมูก6,7 จนทำให้หลายคนชะล่าใจคิดว่าแค่นอนพักผ่อนสักหน่อยก็คงหาย แต่สิ่งที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงคือ เชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมากผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย8 ซึ่งผู้ป่วยเพียงแค่ 1 คน ก็อาจแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างที่อยู่ใกล้ชิดได้มากถึง 3 คน9
สำหรับผู้ใหญ่ที่แข็งแรงดี อาการอาจจะไม่รุนแรงนัก แต่ในกลุ่ม ผู้สูงอายุวัย 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เชื้อตัวนี้จะเข้าไปโจมตีระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด และหากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที อาการอาจทวีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้6,7,10 ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนแล้ว ไวรัส RSV อาจทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อต้องใช้เวลาในการพักฟื้นร่างกายนานกว่าที่คิด11-13
ทำไมผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ถึงเสี่ยงอันตรายมากกว่า ?
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะเริ่มเสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ ยิ่งถ้ามีโรคประจำตัวเรื้อรังอยู่แล้ว ความรุนแรงของปอดอักเสบจากไวรัส RSV จะเพิ่มขึ้น14-16 ที่น่ากลัวคือ 1 ใน 4 ของคนไข้อาจมีความรุนแรงถึงขั้นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และมีอัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุสูงถึง 26.7%18
กลุ่มโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงสูงต่อความรุนแรงของ RSV หลักๆ มี 4 กลุ่ม ได้แก่ โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจเรื้อรัง โรคเบาหวานที่มีการทำลายของอวัยวะอื่น และ โรคไตเรื้อรังระยะ 4-53,34
หากลองเจาะลึกไปในแต่ละกลุ่มโรคประจำตัวยอดฮิตของวัย 50+ จะยิ่งเห็นภาพความเสี่ยงชัดเจนขึ้น เริ่มจาก กลุ่มโรคปอด อย่างโรคหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หากติดเชื้อ RSV ขึ้นมา อาการของโรคเดิมจะกำเริบได้ง่ายมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหืดมีโอกาสต้องนอนโรงพยาบาลสูงขึ้นถึง 7 เท่า และผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังพุ่งสูงถึง 10 เท่า19,20 นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังยังเสี่ยงต่อการต้องเข้าไปนอนรักษาตัวในห้อง ICU สูงถึง 17.9% และจำเป็นต้องพึ่งท่อเครื่องช่วยหายใจมากถึง 9.0%21

ถัดมาเป็น กลุ่มโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหัวใจล้มเหลว ก็มีตัวเลขความเสี่ยงในการต้องนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 4-8 เท่าเช่นกัน22,23 และมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะทางหัวใจเฉียบพลันเพิ่มมากขึ้น 3.5 เท่า24 ซ้ำร้ายผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสูงขึ้นถึง 3.5 เท่า25
ส่วน กลุ่มโรคเบาหวาน แม้จะดูเหมือนไม่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง แต่ประวัติโรคเบาหวานและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง26 และยังมีโอกาสที่จะต้องนอนโรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นถึง 3-6 เท่าอีกด้วย22
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังไม่แพ้กันคือ กลุ่มโรคไต เนื่องจากผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว27 เมื่อติดเชื้อ RSV ซ้ำเข้าไปอีก จึงมีแนวโน้มเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย28
ไม่เพียงเท่านี้ มีการศึกษาว่าผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัส RSV ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่จะสูญเสียความสามารถในการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติยาวนานถึง 6 เดือน หลังจากเข้ารับการรักษาตัวจากโรคนี้11
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น ทุกวันนี้ปอดอักเสบจากไวรัส RSV ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ทำได้เพียงรักษาประคับประคองตามอาการเท่านั้น29,30
ป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ในเมื่อยังไม่มีวิธีรักษาที่จำเพาะเจาะจง การป้องกันตัวเองจึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด โดยในชีวิตประจำวันสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขอนามัยพื้นฐานอย่างเคร่งครัด หมั่นล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างจากผู้ที่ติดเชื้อ8,31-33
แต่นอกเหนือจากการป้องกันภายนอกแล้ว ปัจจุบันเราสามารถป้องกันปอดอักเสบจากไวรัส RSV ได้ด้วย ‘วัคซีน’ ซึ่งสามารถป้องกันได้ทุกสายพันธุ์ของ RSV ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ A หรือสายพันธุ์ B โดยมีให้บริการ 2 ชนิดหลักๆ คือ วัคซีนที่มีสารเสริมภูมิคุ้มกัน และ วัคซีนที่ไม่มีสารเสริมภูมิคุ้มกัน34-36
สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า “ปอดอักเสบจากไวรัส RSV อันตรายถึงชีวิต วัย 50+ มีโรคประจำตัว ควรป้องกันไว้ก่อน” อย่ารอให้อาการป่วยมาเปลี่ยนชีวิตของเราและคนในครอบครัว
หากคุณหรือคนที่รักอยู่ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน หรือโรคไต ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำและข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางในการป้องกันโรค รวมถึงทางเลือกในการรับวัคซีนที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย
เอกสารอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค. (2568, กรกฎาคม 21). กรมควบคุมโรค เตือน “ฤดูฝน” ช่วงฤดูการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) แนะนำเฝ้าระวังการระบาดโดยเฉพาะในเด็กเล็ก. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน, 2569, จาก https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=54309&deptcode=brc&news_views=724
- Shi T, The Journal of Infectious Diseases, 222(Supplement_7), S577–S583.
- CDC; 2025; Clinical Overview of RSV. (Retrieved July 24, 2026). from https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html
- Tanriover M.D;Human Vaccines & Immunotherapeutics;2025;21;1-14
- GBD 2023 Lower RTIs and AMR Collaborators; Lancet Infect Dis;2025;1–19
- CDC; 2026; Symptoms and Care of RSV. (Retrieved July 24, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/index.html
- Colosia AD;PLOS ONE;2017;12;1-20
- CDC; 2026; How RSV Spreads. (Retrieved May 24, 2026) https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html
- Reis J;PLOS Computational Biology;2016;12;1-15
- WHO; 2025; Respiratory syncytial virus (RSV) (Retrieved July 24, 2026) https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/respiratory-syncytial-virus-%28rsv%29
- Branche AR;Influenza Other Respir Viruses;2022;16;1151-1160
- Choi Y; Influenza Other Respir Viruses; 2022;16(1):151-158
- Pastula ST; Open Forum Infect Dis. 2017;4(1):ofw270.
- Miller J;Virology;2025;603;110395
- Chaumont A;Expert Review of Clinical Immunology;2025;21;745-760
- Joseph N;Viruses;2025;17;1-15
- Suntronwong N; PLoS One. 2020;15(9):e0239729.
- Khaing W;Influenza and Other Respiratory Viruses;2024;18;1-11
- Prasad N;Clinical Infectious Diseases;2021;73;e158-e163
- Penders Y;Current Allergy and Asthma Reports;2025;25;1-16
- Malpuru S;Influenza Other Respir Viruses;2022;16(6):1172-1182
- Branche AR;Clinical Infectious Diseases;2022;74;1004-1011
- Kujawski SA;PLoS One;2022;17;1-10
- Woodruff R;JAMA Intern Med;2024;184;602-611
- Kwong JC;The New England Journal of Medicine;2018;378;345-353
- Santus P;Respiratory Medicine;2023;218;1-7
- Espi M;Toxins; 2020;12;1-16
- Bosch W; Open Forum Infectious Diseases;2026;ofag391
- Nam HH;British Medical Journal;2019;366;1-17
- Kaler J;Cureus;2023;15 (3); e36342
- CDC; 2025; Masks and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved July 24, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/masks.html
- CDC; 2025; About Physical Distancing and Respiratory Viruses. (Retrieved July 24, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/physical-distancing.html
- CDC; 2025; Hygiene and Respiratory Viruses Prevention. (Retrieved July 24, 2026) https://www.cdc.gov/respiratory-viruses/prevention/hygiene.html
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. (2569). คําแนะนําการให้วัคซีนป้องกันโรคสําหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2569. เข้าถึงเมื่อ 24 กรกฎาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://idthai.org/Contents/Views/?d=!17!9!!1099!
- Papi A;N Engl J Med;2023;388;595-608
- Walsh EE;N Engl J Med;2023;388;1465-1477
- CDC; 2026; RSV in Adults. (Retrieved July 24, 2026). https://www.cdc.gov/rsv/adults/index.html
- Thongpan I;PeerJ;2019;7:e6748
- Thongpan I;Scientific Reports;2020;10(1):10931