เหยื่อครีมเถื่อน จี้ ปคบ. เร่งคดี 2 เดือนเรื่องยังเงียบ ผลตรวจสุดช็อก สารอันตรายเพียบ แถมใช้เครื่องตีแป้งมากวนครีม ถูกบุกจับเปลี่ยนชื่อกลับมาขายต่อ “ทนายวิฑูรย์” เปิดคลิปเสียงโชว์สื่อ อดีตบิ๊กตร. ตัวกลางเคลียร์คดี
วันที่ 4 พ.ย.69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายวิฑูรย์ เก่งงาน ในฐานะทนายความ พร้อมด้วยตัวแทนผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความเจ้าของผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้ายี่ห้อดัง หลังพบว่าลักลอบผลิต และผสมครีมไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย พบสารอันตรายทั้งสารปรอท สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนน ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับความเสียหายหน้าพังเป็นวงกว้าง
ทนายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ โดย บก.ปคบ. ได้ให้ส่งตัวอย่างครีมไปตรวจวิเคราะห์ ผลปรากฏว่าพบสารอันตรายร้ายแรง ได้แก่ สารปรอท สเตียรอยด์ และไฮโดรควิโนน ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ใช้เป็นสถานที่ลักลอบกวนครีม ยึดของกลางเป็นครีมที่กวนเอง 20 กิโลกรัม และผลิตภัณฑ์บรรจุกระปุกพร้อมขายอีก 1,000 กระปุก
“มีการเอาเครื่องกวนขนมมากวนครีม วันดีคืนดีเอาเครื่องกวนครีมมากวนขนม แย่ยิ่งกว่าไม่ได้มาตรฐานอีก“ ทนายวิฑูรย์ กล่าว
แม้ก่อนหน้านี้จะส่งตัวอย่างครีมไปตรวจยืนยันซ้ำที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ผ่านมากว่า 2 เดือนผลตรวจก็ยังไม่ออกและคดีไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งได้มีเบาะแสสำคัญเป็นคลิปเสียงหลุดออกมา 2 คลิป โดยคลิปแรกเป็นเสียงของอดีตรองผู้บัญชาการหน่วยงานตำรวจแห่งหนึ่ง อักษรย่อ ชื่อเหมือนนักร้องดังยุค 90
โดยพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์ในทำนองให้ความมั่นใจว่า คดีสารอันตรายมีโทษแค่ปรับปากเปล่า ไม่ต้องติดคุก และไม่มีการลงโทษรุนแรง ขณะที่คลิปเสียงที่ 2 เป็นเสียงของหนึ่งในเจ้าของแบรนด์ ที่ยอมรับว่าตนเป็นคนสั่งซื้อเครื่องตีแป้งมาใช้กวนครีมเอง โดยสลับเอามาใช้ทำขนมและกวนครีมสลับกันไป ซึ่ง ทนายวิฑูรย์ ก็ได้เปิดคลิปเสียงให้สื่อมวลชนฟังด้วย
ด้าน น.ส.ทิวาพร หรือที่รู้จักในวงการขายครีมว่า “แม่หมิว 101” ตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง และเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงเชื่อสั่งซื้อครีมราคาสูงมาใช้ และบอกต่อ เพราะเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือและระยะเวลาการทำแบรนด์ที่ยาวนาน แต่ในช่วงที่ใช้กลับต้องเผชิญกับอาการหน้าเป็นรอยแดง ลอก แสบ คัน ทรมานอย่างหนัก โดยทางแบรนด์อ้างว่า ทุกคนต้องแหกก่อน ถึงจะสวย
กระทั่งในวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนถูกตำรวจเรียกสอบปากคำ และนำสำนวนให้ดู จึงได้รู้ความจริงว่าครีมดังกล่าวเป็นครีมกวนเองและมีสารอันตรายร้ายแรง หลังจากนั้นตนจึงรีบหยุดขายและเก็บเงียบเพราะกลัวความผิด ขณะที่ทางแบรนด์ไม่มีการแจ้งเตือนตัวแทนหรือลูกค้าเลย แถมยังเปลี่ยนชื่อแบรนด์กลับมาขายต่ออย่างหน้าตาเฉย ส่งผลให้ลูกค้าที่ซื้อตามในเครือข่ายของตนทั่วประเทศได้รับความเสียหายหน้าพัง สิวขึ้น และผิวหน้าอักเสบกว่า 40 ราย บางรายอาการหนักถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล วันนี้ตนจึงต้องการออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนผู้เสียหายทั่วประเทศ
ด้าน นางบังอร จันทร์ฉาย ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกค้าของคุณหมิวเปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์รายหนึ่งซึ่งยอมเจียดเงินเก็บหลักหมื่นบาทและเงินจากสามีมาซื้อครีมชุดดังกล่าวมาใช้ต่อเนื่องถึง 7 เดือน ด้วยความเชื่อมั่นจากภาพรีวิวว่าใช้แล้วผิวหน้าดี แม้ระหว่างใช้จะรู้สึกแสบร้อน หน้าแดง แต่ก็ทนทำตามคำบอกเล่าที่ว่าต้องอดทนถึงจะสวย จนกระทั่งไม่มีครีมใช้และหยุดใช้ไป หน้าก็เกิดอาการพังลุกลามอย่างหนัก ต้องใช้เวลาพยายามรักษาตัวนานร่วม 2 เดือน วันนี้จึงตัดสินใจเดินทางมาร้องทุกข์เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินทองและสุขภาพผิวหน้าแบบตนอีก