พิษเศรษฐกิจไทย 63 กับพิษไวรัสโคโรน่า (COVID 19) แบบไหนน่ากลัวกว่ากัน? ในสถานการณ์ปัจจุบัน บอกได้เลยว่าคงไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะสุดท้าย “พิษสง” ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบกับสภาพคล่องทางการเงินของเรา เราจะอยู่และปรับตัวอย่างไรในช่วงเวลานี้ให้อยู่รอดและก้าวพ้นวิกฤติเช่นนี้ไปได้
เริ่มแรกการวางแผนเรื่องการเงินเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เราก็ต้องใช้เงินในการจัดการหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเรียกว่า “แผนสำรองยามฉุกเฉิน” และ “แผนเพิ่มสภาพคล่อง” ซึ่งแผนสำรองยามฉุกเฉินนี้ ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือแม้แต่พนักงานเงินเดือน ต่างก็จำเป็น ต้องเตรียมการสำรองเงินไว้ล่วงหน้า ให้เพียงพอกับการที่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากรายได้อย่างน้อย 3-6 เดือน เพราะจากสถานการณ์ปัจจุบันที่อาจมีการเลิกจ้างแบบกระทันหัน ลดโอที ลดเงินเดือนพนักงาน หรือแม้แต่การปิดประเทศคู่ค้าหลักแบบฉับพลันแบบประเทศจีนจากการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าและส่งออกหยุดชะงัก กระทบต่อธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำน้อยใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแผนสำรองยามฉุกเฉินทางการเงินนี้ จะมาช่วยพวกเราที่เป็นพ่อค้า แม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือแม้แต่พนักงานเงินเดือน ในระยะเวลาสั้น แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นในระยะยาวเราต้องใช้ “แผนเพิ่มสภาพคล่อง” แทน
สำหรับแผนเพิ่มสภาพคล่องนั้นทำได้หลายรูปแบบ โดยรูปแบบที่นิยมกันคือการขอสินเชื่อจากสถาบันทางการเงิน จากสถานการณ์ในปัจจุบัน มีหลายๆ สถาบันทางการเงินได้ออกแคมเปญสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแพร่ระบาดจากไวรัสโคโรน่า โดยการขอสินเชื่อแต่ละประเภทนั้นก็ขึ้นอยู่ความต้องการของผู้ขอสินเชื่อว่าต้องการสินเชื่อประเภทใด เช่น สินเชื่อแบบมีหลักประกัน ได้แก่ สินเชื่อรถกู้เงินด่วน สินเชื่อบ้านกู้เงินด่วน สินเชื่อธุรกิจ SME ที่ใช้เงินฝากหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน หรือเลือกสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรกดเงินสด หากต้องการเงินก้อนใหญ่และอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม แนะนำให้ใช้สินเชื่อแบบ “มี” หลักประกัน
ปัจจุบันสินเชื่อแบบ “มี” หลักประกัน ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สินเชื่อประเภทรถกู้เงินด่วน เมื่อเปรียบเทียบกับสินเชื่อแบบมีหลักประกันประเภทอื่น ๆ สินเชื่อรถกู้เงินด่วนจะใช้ระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อสั้นกว่า ให้วงเงินสูงสุด 120% ของราคาประเมินรถยนต์ หรือ สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถเลือกระยะเวลาผ่อนได้ตามใจสูงสุดนาน 6 ปี และสามารถเลือกตามกำลังที่เราผ่อนไหวในแต่ละเดือน โดยรถยนต์ที่นำมาขอสินเชื่อไม่ว่าจะผ่อนชำระหมดแล้วหรือยังผ่อนชำระอยู่กับธนาคารเกียรตินาคินก็นำมาขอสินเชื่อได้ ผู้ขอสินเชื่อสามารถครอบครองและมีสิทธิใช้รถยนต์ได้ตามปกติ เมื่อผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนดกรรมสิทธิ์รถยนต์จะโอนกลับเป็นของผู้ขอสินเชื่อทันที
ปัจจุบันมีสินเชื่อรถกู้เงินด่วนที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย เช่น ธนาคารเกียรตินาคิน เสนออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียงที่ 0.34% ต่อเดือน* เท่านั้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติม คลิก)
ในภาวะเช่นนี้ การมีสติในการดำเนินกิจการ การใช้เงิน จำเป็นที่ต้องวางแผนให้ดี มีการบริหารต้นทุนกิจการ และจัดการภาระหนี้และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างรัดกุม และมองหารายได้เสริม ซึ่งอาจจะกลายมาเป็นรายได้หลักของคุณในอนาคต พยายามคิดบวกกับปัญหาที่เกิด พลิกแพลงและมองหาโอกาสใหม่อยู่สม่ำเสมอไม่แน่ว่าคุณอาจเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นแต่ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว เพราะโอกาสก็คล้ายอากาศที่ทุกคนไขว่คว้าได้เหมือนๆ กัน