ความเดือดร้อนของราษฎรที่อพยพลงมาจากพื้นที่ถูกน้ำท่วมบริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ย้ายมาทางท้ายเขื่อน และประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคของราษฎร ในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ดังไปถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่9)

ในปี พ.ศ. 2548 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี พร้อมระบบผันน้ำ ระบบส่งน้ำและอาคารประกอบไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามหนังสือของสำนักราชเลขาธิการ ลงวันที่ 29 กันยายน 2548 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของราษฎรที่อพยพจากบริเวณพื้นที่ถูกน้ำท่วมเหนือเขื่อนสิริกิติ์

ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวโดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ 11 ปี (2554-2564) ประกอบด้วย เขื่อนหัวงาน และอาคารประกอบพร้อมอุโมงค์ส่งน้ำและท่อส่งน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ พร้อมทั้งดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยร่วมบรูณการกับหน่วยงานต่างๆและประชาชนในพื้น ร่วมกันจัดตั้งโครงการปลูกป่า เพื่อทดแทนพื้นที่ป่าที่สูญเสียไปเนื่องจากการก่อสร้างโครงการฯ พร้อมสร้างความเข้าใจต่อชุมชนและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการพัฒนากลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม 5 ตำบล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใกล้แล้วเสร็จเกือบ 100% แล้ว โดยการก่อสร้างเขื่อนหัวงาน และอาคารประกอบพร้อมอุโมงค์ส่งน้ำจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2563 ที่จะถึงนี้ อันจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชุมชนท่าปลารวมถึงชาวอุตรดิตถ์

“กรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ปี 2555 โดยผ่านกระบวนการจัดการแก้ไขเรื่องสิ่งแวดล้อม EIA มาโดยตลอด คือการขออนุญาตใช้พื้นที่ลุ่มนี้ชั้น 1 A การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวน การขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่อพยพลงมาจากพื้นที่ถูกน้ำท่วมบริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตำบลผาเลือด อำท่าปลา

“ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ สำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคของราษฎร ครอบคลุมพื้นที่ 49,500 ไร่ เนื่องจากภูมิประเทศเดิมมีสภาพสูงต่ำแตกต่างกันมาก ประกอบกับมีพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคจากระบบท่อส่งน้ำที่ส่งน้ำมาจากเขื่อนสิริกิติ์ ผ่านทางท่อซีเมนต์ใยหิน ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรม แตก และรั่วซึมอยู่เสมอ จึงส่งผลให้สูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้เพียง 5,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 49,500 ไร่ ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้ง และไม่มีน้ำสำหรับทำการเกษตร”

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีผลการดำเนินงานคืบหน้าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าจะเริ่มกักเก็บน้ำได้ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยเตรียมรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาบริเวณเหนืออ่างฯ สมการรอคอยมากว่า 40 ปี ซึ่งหากโครงการฯแล้วเสร็จ จะสามารถเก็บกักน้ำได้ 74 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ให้กับพื้นที่รับประโยชน์กว่า 50,000 ไร่ ช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่แปลงอพยพที่ได้เสียสละที่ดิน เพื่อก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำมานานกว่า 40 ปี ทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน ใน 9 ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ชลประทานของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ อยู่ในเขตอำเภอท่าปลา 5 ตำบล คือ ตำบลจริม ตำบลน้ำหมัน ตำบลหาดล้า ตำบลท่าปลา และตำบลร่วมจิต อยู่ในเขตอำเภอเมืองอุตรดิตถ์อีก 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลวังดิน ตำบลบ้านด่าน ตำบลแสนตอ และตำบลหาดงิ้ว

ทั้งนี้ ถึงแม้การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ จะยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่ในช่วงฤดูแล้งนี้ก็สามารถส่งน้ำที่มีอยู่บริเวณหน้าเขื่อนไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ของอำเภอท่าปลาได้พอสมควร

นอกจากสร้างความมั่นคงด้านน้ำแล้วสิ่งสำคัญคือการสร้างความมั่นคงทางด้านรายได้ให้แก่ชุมชน โดยการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ กรมชลประทานได้ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบอ่างฯ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างทางเดินหรือสกายวอล์ค จุดชมวิว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายสินค้าและของที่ระลึกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน