“สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะทุนชีวิตให้คนไทยหลุดพ้นความยากจน”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในงานประชุมเวทีนโยบายระดับสูง ทิศทางการพัฒนาทักษะทุนชีวิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Fostering Foundational Skills for a Sustainable Future of Thailand) จัดโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และธนาคารโลก โดยระบุว่า ประเทศไทยและคนไทยมีศักยภาพที่จะก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศรายได้สูงได้ แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่ได้ดึงศักยภาพของคนไทยหลายล้านคนออกมาใช้อย่างเต็มที่ เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนากำลังคน

นายอนุทิน กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ในคนไทยทุกคนอย่างเสมอภาค คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ที่จะทำให้สามารถออกจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยเห็นสัญญาณของปัญหาที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำมาเป็นเวลานาน ทั้งจากการวัดผลด้านทักษะระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ความแตกต่างระหว่างผู้มีโอกาสและผู้ด้อยโอกาส มีช่วงห่างที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ

ด้าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวรายงานว่า การพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือติดกับดักรายได้ปานกลาง (middle-income trap) ให้กลายมาเป็นประเทศที่มีรายได้สูง มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเสริมสร้างศักยภาพทางการศึกษา พัฒนากำลังคน สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั้งคุณภาพและปริมาณ ดังนั้น กสศ. และธนาคารโลก จึงร่วมกันเพื่อหาข้อค้นพบใจกลางปัญหาของการพัฒนากำลังคนของไทย ผ่านงานวิจัย ‘สำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565’ ซึ่งเป็นการวิจัยว่าด้วยประเด็น ‘ทักษะทุนชีวิต’ (Foundational skills) ของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานไทย ช่วงอายุ 15-64 ปี ใน 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะการรู้หนังสือ ทักษะดิจิทิล ทักษะทางอารมณ์และสังคม ครอบคลุมการประเมินขีดความสามารถของเยาวชนและประชากรแรงงานไทยมากกว่า 50 ล้านคนใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อแปลงออกมาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ปลดล็อกศักยภาพของคนไทยเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในศตวรรษที่ 21

โดยรายงานฉบับนี้ได้เจาะลึกใจกลางปัญหาว่า คนไทยยังคงขาดทักษะทุนชีวิต ส่งผลให้ไม่สามารถปรับตัวต่อความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง จำต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อชดเชยทักษะที่ตนเองขาดหายไป กสศ. และธนาคารโลก จึงขอนำเสนอรายงานฉบับนี้ต่อรัฐบาล เพื่อเร่งลงทุนพัฒนาทักษะทุนชีวิต สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (learning culture) อีกทั้งลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และก้าวข้ามการเป็นประเทศกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ ด้วยการดำเนินนโยบายบนพื้นฐานข้อมูล (evidence base) จากรายงานฉบับนี้ ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาต่อนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลไทยและประเทศไทยได้

อ่านข่าว : กสศ. ร่วมกับธนาคารโลก เปิดรายงาน ‘ทักษะทุนชีวิต’ ชี้ 3 ทักษะพื้นฐานวัยแรงงานไทย ‘เขียนอ่าน – ดิจิทัล – อารมณ์’ ตกเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการเสริมสร้างทักษะทุนชีวิต สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ รัฐบาลพร้อมนำรายงานวิจัยฉบับนี้ไปเป็น Roadmap เพื่อบรรลุจุดประสงค์ในการพัฒนาคน ยกระดับรากฐานทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ก้าวพ้นการเป็นประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคตอันใกล้นี้ ที่สำคัญที่สุดคือ การบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันเพื่อแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างทักษะทุนชีวิตให้กับคนไทยทุกคน และถือว่านี่คือ ‘สัญญาประชาคม’ เพื่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

ที่ผ่านมา รัฐบาลมีความมุ่งมั่น และมีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชน ผ่านการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อสร้างโอกาสและเส้นทางสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ดีขึ้น เช่น นโยบาย “Thailand Zero Dropout” หรือ “Learn to Earn” สำหรับทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ จากการปฏิบัติจริงในการประกอบอาชีพ

รวมถึงการที่รัฐบาลพยายามเชิญชวนภาคธุรกิจเอกชนจากทั่วโลก ที่มีจุดแข็ง ที่หลากหลาย เข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญก็คือ ความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ สนับสนุนการเรียนรู้ และการฝึกอบรมทักษะที่ต้องมีในตลาดแรงงาน สำหรับคนไทยทุกช่วงวัย

“ความพยายามทั้งหมดนี้ คือ สัญญาประชาคมสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ที่รัฐบาลมีต่อคนไทยทุกคน เพื่อให้เยาวชนและคนไทยทุกคนมีโอกาสที่จะเรียน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะที่เปราะบางเพียงใด เพราะเราเชื่อว่าสังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะในเชิงเศรษฐกิจหรือสังคม ผมขอย้ำว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อยกระดับประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ได้สำเร็จภายในปี 2030”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน