พ่อเศร้าเสียเสาหลัก ลูกชายถูกอดีตแฟนของแฟนสาวบุกยิงเสียชีวิต จากนี้ครอบครัวจะทำยังไง น้องสาวลั่น คนยิงไม่เคยขอขมาตามที่ให้ข่าว ระบุไม่ได้มอบตัวเองแต่ถูกจับกุม ชี้ตั้งใจฆ่าชัดๆ
จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายอลังกาฬ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เสียชีวิต ที่ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุคืออดีตแฟนของแฟนสาวผู้เสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 30 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิตในพื้นที่ อ.พล จ.ขอนแก่น พบว่า ครอบครัวได้เดินทางไปรับศพกลับมาถึงบ้านแล้ว โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องต่างเสียใจและโกรธแค้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
นายเสมอ อายุ 51 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทราบว่าลูกชายเสียชีวิตหลังผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์มาแจ้งข่าว ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นไม่ทราบรายละเอียดมากนัก รู้เพียงว่าทั้งคู่เพิ่งเริ่มคบหากันในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ลูกชายไม่เคยเล่าถึงแผนการใช้ชีวิตคู่ให้ฟัง และตั้งใจว่าจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับแฟนคนใหม่ลูกชายยังไม่เคยเล่ารายละเอียดใดๆ ให้ครอบครัวรับทราบ รวมถึงเรื่องการผูกข้อไม้ข้อมือด้วย คาดว่าลูกชายอาจตั้งใจจะเล่าให้ฟังในช่วงกลับบ้านสงกรานต์
นายเสมอ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด ไม่มีใครเล่ารายละเอียดให้ฟัง แม้แต่เพื่อนของลูกชายก็ยังไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ในฐานะพ่ออยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะลูกชายเพียงคนเดียวคนนี้เป็นเสาหลัก ส่งเงินมาให้พ่อแม่ใช้จ่าย ช่วยปลดหนี้ทั้งหนี้ ธ.ก.ส. และหนี้รถจยย.ของตน รวมถึงช่วยเหลือครอบครัวมาตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ไปทำงานต่างจังหวัด ลูกชายเป็นคนขี้เล่น ไม่ใช่คนชอบใช้ความรุนแรง ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ เพราะมีลูกเพียงคนเดียว และไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน
ขณะที่ น.ส.ปิยะนิดา อายุ 26 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านเพื่อนของพี่ชาย ไม่ใช่บ้านแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ และในวันเกิดเหตุพี่ก็ไปนั่งกินส้มตำกับเพื่อน หลังแม่ส่งไข่มดแดงไปให้ จึงนำมาทำอาหารร่วมกัน ไม่ได้ดื่มสุราจนมึนเมาอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ ขณะที่ผู้ก่อเหตุขับรถเข้ามาด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน หลังเกิดเหตุไม่มีการพูดคุย ไม่มีการมาขอขมาหรือขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตตามที่ให้ข่าวก่อนหน้านี้ อีกทั้งผู้ก่อเหตุไม่ได้เข้ามอบตัวเองแต่ถูกจับกุมได้ ทำให้ครอบครัวรู้สึกคับแค้นใจอย่างมาก เพราะไม่เห็นถึงความสำนึกผิดแม้แต่คำขอโทษเพียงคำเดียว