เเท็กซี่ถูกจับเมาขับ ชนสนั่นแยกไฟแดง 5 คันรวด ตร.คุมตัวเข้าห้องขังเช้าปลุกกินข้าวเจอนอนแน่นิ่ง กู้ชีพปั๊มไม่ฟื้นเสียชีวิตไปแล้ว เมียเศร้าเตือนเมาแล้วให้นอนอยู่บ้าน ไม่คิดจะดื้อขับรถออกมาจากบ้าน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่กู้ชีพปทุมธานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ว่ามีผู้ต้องหาถูกคุมขังหมดสติอยู่ภายในห้องขัง สภ.ปากคลองรังสิต จึงประสานหน่วยกู้ชีพรพ.กรุงสยาม เซ็นเซนต์คาร์ลอส และกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดไปช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบร่างชายอายุ 47 ปี บ้านอยู่ ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา นอนหมดสติอยู่ในห้องขัง เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างออกมาหน้าห้องขังแล้วทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจอยู่นานเกือบชั่วโมง แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตไปก่อนแล้ว

พ.ต.อ.พัฒน์ชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนรับแจ้งเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชนรถประชาชนได้รับความเสียหายรวม 5 คัน บริเวณแยกไฟแดงแฟลตปลาทอง ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ตำรวจเข้าควบคุมตัวผู้ตายซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่มีอาการมึนเมาสุรา นำมาตรวจวัดแอลกอฮอล์พบมีปริมาณสูงถึง 375 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวเข้าห้องขังตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะเข้าควบคุมตัวผู้เสียชีวิตไม่พบบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุมีชาวบ้านช่วยนำตัวออกมานั่งพักบริเวณฟุตบาท และไม่พบว่ามีการรุมทำร้ายจากคู่กรณี

สอบถามภรรยาผู้เสียชีวิตทราบว่า ผู้ตายดื่มสุราตอนเย็นจนเวลา 20.00 น.แล้วขับรถออกมาเฉี่ยวชนรถชาวบ้าน ส่วนการเสียชีวิตภายในห้องขังได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ไม่มีบุคคลใดเข้าไปทำร้ายผู้เสียชีวิตโดยหลังถูกควบคุมตัวเข้าห้องขังผู้เสียชีวิตได้ล้มตัวนอนหลับเนื่องจากอาการมึนเมา ต่อมาช่วงเช้าเจ้าหน้าที่เข้าไปปลุกเพื่อนำตัวมาสอบปากคำ แต่ผู้เสียชีวิตไม่ตื่น ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบผิดสังเกต เนื่องจากเข้าใจว่าอาจอยู่ในอาการอ่อนเพลียจากการดื่มสุราเมื่อคืนที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเที่ยงเข้าไปเรียกอีกครั้งเพื่อนำอาหารไปให้แต่ยังไม่มีการตอบสนอง ต่อมาเข้าไปตรวจสอบอีกครั้งและพบว่าผู้ถูกควบคุมตัวเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป

ขณะที่ภรรยา เปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุรถชนได้ออกไปดูสามีพบว่าสามีถูกตำรวจควบคุมตัวใส่กุญแจมือไขว้หลัง สภาพภายนอกไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย เห็นเพียงอาการคล้ายเมาสุราทั่วไป ไม่เคยทราบว่าสามีมีโรคประจำตัวหรือเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตแต่ต้องรอญาติสามีเดินทางมาเพื่อประสานงานเรื่องต่างๆ อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน