เพชรบูรณ์ ชาวไร่ข้าวโพด ร้องรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาราคาข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ตกต่ำ ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นมาก จี้ทบทวนนำเข้า GMO ซ้ำเติมราคา เกษตรกร ประสบภาวะขาดทุนหนัก แบกรับภาระไม่ไหว
26 สิงหาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นำโดย นายธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์

โดยมี นายนพพล เหลืองทองนารา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นางสาวพิมพ์พร พรพฤติพันธ์ รองประธาน เพื่อขอความอนุเคราะห์ เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำอย่างหนัก รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศที่กำลังซ้ำเติมวิกฤตของเกษตรกรในขณะนี้
นายธีรวัฒน์ เปิดเผยว่า ต้นทุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นถึง 1,050 บาทต่อไร่ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตจริง ณ. ความชื้น 30% สูงถึง 6.76 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก และไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรฯ ได้ยื่นข้อเสนอและข้อเรียกร้อง 4 มาตรการเร่งด่วนต่อได้แก่ประกันราคาข้าวโพด 7.50 บาท/กก ประกันราคา ณ. ความชื้น 30% ที่ 7.50 บาท/กิโลกรัม เพื่อให้คุ้มทุนและเกษตรกร สามารถดำรงชีพอยู่ได้
รวมทั้ง ชะลอการนำเข้าข้าวโพด GMO ช่วงเก็บเกี่ยว ขอให้รัฐบาลทบทวน นโยบายการนำเข้าตามกรอบ WTO/AFTA ห้ามนำเข้าในช่วงเดือนสิงหาคม–ธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวในประเทศ
โดยยืนยันว่า ข้าวโพดในประเทศไม่ได้ขาดแคลน เนื่องจากมีสต็อกเฉลี่ยสูงถึง 1.4 ล้านตัน/เดือน ซึ่งใช้จริงเพียง 0.77 ล้านตัน/เดือนเท่านั้น เมื่อรวมกับผลผลิตในประเทศและการนำเข้าตามกรอบ AFTA แล้ว มีปริมาณรวมสูงถึง 9 ล้านตัน ซึ่งเกินพอต่อความต้องการ จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพด GMO มาซ้ำเติมราคาในประเทศ
แก้ไขโครงสร้างราคาที่ unfair ขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามากำกับดูแลราคาปลายทางให้เป็นธรรม เนื่องจากประกาศปี 2568 ทำให้เกิดส่วนต่างราคาถึง 50 สตางค์ ระหว่างกรุงเทพฯ และพื้นที่นอกปริมณฑล เช่น ลพบุรี
จนไซโลต้องกดราคารับซื้อหน้าไร่เหลือเพียง 6.60 บาท/กก. ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนจริง คุมเข้มโรงงานอาหารสัตว์ห้ามปฏิเสธการรับซื้อ ขอให้ควบคุมโรงงานอาหารสัตว์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ห้ามปฏิเสธ ชะลอ หรือปิดการรับซื้อ เพื่อป้องกันการใช้กลไกตลาดกดดันราคารับซื้อจากเกษตรกร
โดยกลุ่มเกษตรกรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการพิจารณา และได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
