4 นักเรียน พร้อมผู้ปกครอง แจ้งความ ครูดุริยางค์โหด ทำร้ายเด็ก มีดจี้ขู่อยากตายไหม หลังไม่ร่วมกิจกรรมกีฬา ขอโทษผู้ปกครองอ้างเกิดจากความเครียด
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 13 ก.ย.2569 ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พร้อมด้วย นายชัชชัย กิตติไชย หรือ “ชัช ตลาดไท” ที่ปรึกษาพิเศษ ส.ส. นำผู้ปกครองพร้อมเด็กนักเรียนชาย 4 ราย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ปัญญา อามาตย์เสนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า เด็กทั้ง 4 รายถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัด เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ทำร้ายร่างกายภายในห้องเรียนและห้องดนตรี หลังเด็กไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสี
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจหลังผู้ปกครองทราบเรื่องจากเด็กและมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ปกครองต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง
น.ส.บุษ อายุ 31 ปี มารดาของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับโทรศัพท์จากผู้ปกครองรายอื่นสอบถามว่าทราบหรือไม่ว่าลูกถูกครูเตะ จึงสอบถามลูกชาย กระทั่งเด็กยอมเล่าให้ฟังว่า ถูกครูเตะบริเวณหน้าท้องและด้านหลัง รวมทั้งถูกตี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา
จากการสอบถามทราบว่า สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในสังกัดเทศบาล โดยครูมอบหมายให้ลูกชายทำหน้าที่ถือป้าย แต่เด็กไม่ได้บอกผู้ปกครองและไม่ได้ไปเข้าร่วมกิจกรรม กระทั่งวันรุ่งขึ้นครูเรียกเด็กเข้าไปสอบถาม ก่อนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายตามที่เด็กเล่า โดยเด็กทั้ง 4 รายถูกเรียกเข้าไปบริเวณห้องดนตรี และเด็กยังเล่าว่ามีการนำมีดมาใช้ข่มขู่
น.ส.บุษ กล่าวว่า ภายหลังทราบเรื่อง ครูได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อขอโทษครอบครัว โดยให้เหตุผลว่าขณะนั้นเกิดความเครียดจากการเตรียมงานกีฬา เนื่องจากไม่มีเด็กมาทำหน้าที่ถือป้าย และยอมรับว่าเป็นการกระทำที่เกิดจากความเครียด อย่างไรก็ตาม ตนต้องการให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ด้าน ด.ช.เอ เล่าว่า หลังจากไม่ได้ไปโรงเรียน 2 วัน เมื่อกลับไปโรงเรียน ครูสอบถามถึงสาเหตุ ก่อนเตะบริเวณด้านหลัง 2 ครั้ง จากนั้นเรียกเข้าไปในห้องดนตรีและกล่าวตำหนิ ก่อนมีการกดศีรษะและนำมีดมาจ่อบริเวณหน้าอก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กทั้งหมด 4 คน
ด.ช.เอ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุรู้สึกกลัวและไม่กล้าบอกผู้ปกครอง เนื่องจากถูกข่มขู่ว่าไม่ให้บอกใคร กระทั่งเรื่องทราบถึงผู้ปกครองจึงตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ น.ส.พร อายุ 43 ปี มารดาของ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 กล่าวว่า ทราบเรื่องหลังไปรับลูกชายกลับจากโรงเรียน โดยลูกถามว่าจะให้ตำรวจไปจับครูได้หรือไม่ พร้อมเล่าว่าครูนำมีดมาจี้ จึงสอบถามรายละเอียดและติดต่อผู้ปกครองของเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงทราบว่าเด็กทั้ง 4 รายให้ข้อมูลว่าถูกกระทำในลักษณะใกล้เคียงกัน
น.ส.พร กล่าวว่า ครูได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อขอโทษและยอมรับว่าทำเกินกว่าเหตุ แต่ตนเองไม่สามารถยอมรับการกระทำดังกล่าวได้ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่ามีการใช้มีดข่มขู่และกดศีรษะเด็ก จึงต้องการให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ด้าน ด.ช.บี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมกีฬา เนื่องจากตื่นสาย เมื่อกลับไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น ครูเรียกเข้าไปในห้องวงโยธวาทิต ก่อนหยิบมีดออกมาจากตู้และถามในลักษณะข่มขู่ว่า “อยากตายไหม” จากนั้นมีการใช้มีดจี้และกดศีรษะ พร้อมตำหนิเรื่องการไม่เข้าร่วมกิจกรรม
เด็กชายบี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นครูทำลักษณะดังกล่าวกับนักเรียนคนอื่น จึงรู้สึกเสียใจและผิดหวัง เพราะเคยให้ความไว้วางใจครู แต่หลังเกิดเหตุทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจอีก
ขณะที่ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ครูเรียกเข้าไปในห้องวงโยธวาทิต ก่อนหยิบมีดออกมาและถามในลักษณะข่มขู่ จากนั้นใช้มีดจี้บริเวณศีรษะและทำร้ายร่างกาย ทำให้รู้สึกกลัวและไม่ไว้วางใจครู จากเดิมที่ตั้งใจฝึกซ้อมวงโยธวาทิตเพื่อทำกิจกรรมให้กับโรงเรียน
ด้าน นายชัชชัย หรือ “ชัช ตลาดไท” เปิดเผยว่า ผู้ปกครองได้ประสานนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 เพื่อขอความช่วยเหลือ จึงเดินทางมาพบผู้ปกครองและเด็กทั้ง 4 ราย พร้อมพาเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย
นายชัชชัย กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเด็กเบื้องต้น เด็กให้ข้อมูลว่าถูกครูทำร้ายทั้งการเตะ การจิกศีรษะ และการใช้มีดข่มขู่ จึงเห็นว่าหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่เด็กให้ข้อมูล ถือเป็นการกระทำที่รุนแรงและเกินกว่าเหตุ เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเด็ก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง
ด้าน นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 กล่าวว่า เบื้องต้นได้นำเด็กทั้ง 4 รายพร้อมผู้ปกครองเข้าแจ้งความแล้ว และจะประสานทีมทนายความเข้ามาช่วยดูแลเรื่องคดี พร้อมประสานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะมีการเรียกครูผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามถึงเหตุการณ์ และพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน
นายทรงพลกล่าวอีกว่า แม้ครูผู้ถูกกล่าวหาจะเดินทางไปขอโทษครอบครัวเด็กแล้ว แต่ผู้ปกครองยังยืนยันว่าจะดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าการกระทำตามที่เด็กร้องเรียนไม่เหมาะสม และต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุด
ด้านพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันรับเรื่องจากผู้ปกครองไว้เบื้องต้น พร้อมเตรียมนัดสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็กทั้ง 4 ราย เนื่องจากเป็นเยาวชน ก่อนเชิญครูผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภายหลังเข้าแจ้งความ นายทรงพล พาเด็กทั้ง 4 รายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อเก็บหลักฐานทางการแพทย์ประกอบการดำเนินคดี
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลจากคำให้การของเด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง ขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์และพฤติการณ์ของครูผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงต้องรอผลการตรวจสอบ พยานหลักฐาน และคำชี้แจงจากทุกฝ่ายก่อนสรุปข้อเท็จจริง