บุญใหญ่ครั้งสุดท้าย หนุ่มเส้นเลือดสมองแตก แม่ตัดสินใจบริจาคหัวใจ-อวัยวะ ช่วยเหลืออีก 5 ชีวิต เผยแม้ร่างลูกชายจะถูกเผาไปแล้ว แต่หัวใจและอวัยวะยังอยู่ ทำให้รู้สึกลูกยังอยู่ในโลกนี้

วันที่ 25 ก.ย.2569 ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี คณะแพทย์พยาบาลสภากาชาดไทย ร่วมกับแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ร่วมกันผ่าตัดหัวใจและไต จากร่างของนายสุรชัย เบี้ยชาติไทย อายุ 30 ปี ซึ่งป่วยเส้นเลือดในสมองแตก มีอาการสมองตาย

โดยญาติบริจาคอวัยวะประกอบด้วย หัวใจ 1 ดวง ซึ่งเป็นดวงที่ 191 ที่บริจาคให้สภากาชาดไทย พร้อมด้วยไต 2 ข้าง และกระจกตา 2 ข้าง โดยสามารถนำไปช่วยผู้ป่วยที่กำลังรอการช่วยเหลืออีก 5 ชีวิต พร้อมกันนี้มอบประกาศเกียรติคุณและหรีดเคารพศพ โดยมีแม่และญาติๆเป็นตัวแทนรับมอบ

คณะแพทย์พยาบาลจากสภากาชาดไทยเข้าดำเนินการผ่าตัดหัวใจ ก่อนเร่งนำหัวใจไปเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนถ่ายหัวใจอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชให้ทันเวลาภายใน 4 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทางตาม ถนนหมายเลข 21 – ถนนหมายเลข 1 และ ดอนเมืองโทลเวย์ – ทางยกระดับอุตราภิมุข ไปทาง ถ.วิภาวดีรังสิต มุ่งไป แขวงลาดยาว กรุงเทพมหานคร – ใช้ทางออกไปรัชดาภิเษก จากดอนเมืองโทลเวย์ – ทางยกระดับอุตราภิมุข – ถ.รัชดาภิเษก- สะพานวงศ์สว่าง – ถ.วงศ์สว่าง – ถ.จรัญสนิทวงศ์ – ถ.อรุณอมรินทร์ – โรงพยาบาลศิริราช โดยมีตำรวจทางหลวงเป็นผู้นำทาง เมื่อเข้าสู่เขตกรุงเทพจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำรินำทางไปจนถึงโรงพยาบาลศิริราชท่ามกลางสายฝนที่ตกมาอย่างต่อเนื่อง

หลังจากทีมแพทย์จากสภากาชาดไทยผ่าตัดเก็บหัวใจเสร็จแล้ว ทีมแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์และโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ดำเนินการผ่าตัดไตและกระจกตา เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนไตและเปลี่ยนกระจกตาต่อไป

นางหน่อย สุขสำราญ อายุ 52 ปี ชาวบ้านตำบลบ่อรัง อ.วิเชียรบุรี เปิดเผยว่า ตนมีลูกชาย 2 คน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนโต ตามปกติแล้วนายสุรชัยเป็นคนร่างกายแข็งแรง ไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่กับตนเอง มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ตามปกติแล้วก็เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลเลย

กระทั่งวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการปวดหัวมาก จึงนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี ระหว่างนั้นลูกชายได้หมดสติ แพทย์จึงรีบนำตัวเข้าห้องเอกซเรย์ ปรากฎว่าแพทย์แจ้งเส้นเลือดในสมองแตก หากผ่าตัดก็จะกลายเป็นเจ้าชายนิทราตลอดไป
ตนและญาติจึงปรึกษากันว่าจะทำบุญเป็นครั้งสุดท้ายให้กับลูกชาย โดยการบริจาคอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยรายอื่น และเชื่อว่าหากลูกชายรับรู้ก็จะทำแบบนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว จึงแจ้งพยาบาลไปว่าต้องการบริจาคอวัยวะ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย

ยิ่งมาทราบว่าสามารถบริจาคอวัยวะได้หลายอย่างได้แก่ กระจกตา 2 ดวง ไต 2 ข้าง และที่สำคัญที่สุดคือหัวใจ ทำให้ตนและญาติๆ มีความรู้สึกยินดีมาก ถึงแม้ร่างกายลูกชายจะถูกเผาไปแล้ว แต่หัวใจและอวัยวะบางส่วนยังอยู่ ตนก็ยังมีความรู้สึกว่าลูกชายยังอยู่ในโลกนี้ และขอให้ผู้ที่ได้อวัยวะลูกชายไป ขอให้รักษาให้ดีและใช้ชีวิตให้มีความสุข หากมีโอกาสก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ลูกชายตนบ้าง และกุศลจากการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ ขอให้ดวงวิญาณของลูกชายจงไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยเทอญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน