สุดหดหู่ตาวัยชรา ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ซ้ำป่วยมะเร็ง ต้องอาศัยกระท่อมวัดอยู่ ร่ำไห้คิดถึงลูก วอนมารับกลับบ้าน หลวงพ่อเผยโทรไปหาก็ปฏิเสธ แถมบล็อกเบอร์

วันที่ 27 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก พระรุ่งโรจน์ อมโร เจ้าอาวาสวัดป่าศรีไพโรจน์ หมู่ 3 ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา หลังต้องการขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน เพื่อประสานตามหาญาติของ นายสวัสดิ์ ล้วนดี อายุ 81 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งป่วยหลายอย่าง ตาบอดทั้ง 2 ข้าง มีแผลบริเวณหูขวาที่แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง และมีอาการลมชัก ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะ แต่กลับไม่มีญาติมารับไปดูแลรักษา ทำให้ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังคาสังกะสีภายในวัด ท่ามกลางความเจ็บป่วยและความคิดถึงครอบครัว

พระรุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า นายสวัสดิ์ เข้ามาพักอาศัยอยู่ที่วัดตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา รวมประมาณ 3 เดือน เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยบวช ช่วงแรกยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสุขภาพกลับทรุดลง เริ่มมีอาการตาบอดทั้ง 2 ข้าง มีแผลบริเวณหูขวา และเกิดอาการชักเกร็ง จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด

ที่ผ่านมา พยายามติดต่อญาติของ นายสวัสดิ์ ทั้งลูกสาวและน้องชาย เพื่อขอให้มารับตัวกลับไปดูแลและพาเข้ารับการรักษา แต่กลับได้รับการปฏิเสธ หรือไม่สามารถติดต่อได้ บางครั้งญาติรับสายและแจ้งว่าจะขอเวลาจัดการ ก่อนขาดการติดต่อและบล็อกเบอร์โทรศัพท์ ทำให้ทางวัดไม่สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการรักษาบางอย่างจำเป็นต้องมีญาติเข้ามาประสานงานหรือให้ความยินยอม

ขณะที่วัดมีพระจำพรรษาเพียงรูปเดียวและไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับดูแลผู้ป่วยระยะยาว ปัจจุบันต้องจ้างผู้ดูแลจากภายนอกวันละ 300 บาท หากไม่มีเงินก็ไม่สามารถจ้างคนมาดูแลได้ จึงรู้สึกสะเทือนใจที่เห็นเพื่อนซึ่งอยู่ในวัยชราต้องเผชิญความเจ็บป่วยโดยไม่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง พร้อมวิงวอนให้ลูกและญาติกลับมารับ นายสวัสดิ์ ไปดูแลรักษา รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ

ด้าน นายสวัสดิ์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและร้องไห้ระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเสียใจและคิดถึงลูกมาก อยากกลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม พร้อมฝากข้อความถึงลูกว่า อยากให้มารับพ่อกลับบ้าน เพราะพ่อคิดถึงลูกและอยากอยู่กับลูกอีกครั้ง แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยและใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมภายในวัด แต่ก็ยังมีความหวังว่าสักวันลูกจะกลับมารับไปดูแล

ขณะที่ นางสายฝน ธนะเสวี อายุ 38 ปี ผู้ช่วยดูแล นายสวัสดิ์ และเป็นผู้พาไปรักษาที่โรงพยาบาล เปิดเผยว่า ตนช่วยดูแลนายสวัสดิ์มาประมาณ 3 เดือน โดยผู้ป่วยมีอาการลมชักและมีแผลบริเวณหู ซึ่งแพทย์แจ้งว่าอาจเป็นมะเร็ง แต่ยังจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตนไม่ใช่ญาติ จึงไม่สามารถดำเนินการแทนครอบครัวได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะขั้นตอนที่ต้องประสานญาติหรือให้ความยินยอมในการรักษา

นางสายฝน กล่าวอีกว่า รู้สึกสงสาร นายสวัสดิ์ เพราะมักพูดถึงลูกและบ่นคิดถึงครอบครัวอยู่เสมอ ตนช่วยเหลือได้เท่าที่กำลังจะอำนวย แต่ไม่สามารถรับภาระดูแลผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างได้ทั้งหมด จึงอยากวิงวอนให้ลูกและญาติกลับมารับพ่อไปดูแลรักษา ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญความเจ็บป่วยเพียงลำพัง พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้นายสวัสดิ์ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน