ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช.ยื่นสอบ ‘รักชนก’ แชร์ข้อความเท็จ สลิปโอนค่าน้ำชา 7 ล้าน จากเพจ Godd Dam ผิดจริยธรรมร้ายแรง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ต.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยการกระทำของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่แชร์ข้อความเท็จจากเพจ Godd Dam เกี่ยวกับการโอนเงิน 7 ล้านเข้าบัญชี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยในขณะนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
สืบเนื่องจากเพจเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Godd Dam โพสต์ภาพและข้อความ เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมแนบสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท โดยในสลิปดังกล่าวระบุชื่อปลายทางว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับเงิน
โดยทางด้านเพจ Godd Dam ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลที่มีการพูดถึงกันอย่างมากในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย
ต่อมาโฆษกรัฐบาลและทีมงาน ต่างออกมาโต้ว่าข่าวดังกล่าวไม่ใช่ข่าวจริง และเหมือนดิสเครดิตทางการเมืองโดยตรง กระทั่งเพจเฟซบุ๊กของธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้ชื่อว่า “KBank Live” โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 26 ต.ค. อธิบายว่าสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปยังบัญชีระบุชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ธนาคารตรวจสอบแล้ว ไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินที่ปรากฏในภาพ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นบัญชีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในระบบของธนาคารกสิกรไทย และการโอนเงินผ่านช่องทาง K PLUS ทำรายการได้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อวันเท่านั้น
แต่ก่อนหน้านั้น ปรากฏว่าในเพจเฟซบุ๊กของ น.ส.รักชนก ศรีนอก กลับแชร์ข้อความดังกล่าวจากเพจ Godd Dam มาแปะไว้ในเพจของตน จนถูกสังคมวิจารณ์อย่างมาก และแม้เพจ Godd Dam จะปลิวหายไปแล้วก็ตาม
การกนะทำของ น.ส.รักชนก ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็น สส. และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ ย่อมต้องตระหนักรู้ว่าการกดปุ่ม “แชร์” (Share) หรือส่งต่อข้อมูลต่อ โดยเฉพาะข่าวปลอม ข่าวโคมลอย หรือภาพที่ทำให้คนอื่นเสียหาย มีความผิดทางกฎหมายเท่ากับการเป็นผู้โพสต์ต้นทาง โดยมีกฎหมายห้ามไว้โดยชัดเจน
ทั้งนี้ ตามความผิดของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) ประกอบ มาตรา 14 (5) ที่ห้ามกระทำการนำเข้าหรือส่งต่อข้อมูลเท็จที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน กล่าวคือ การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือการกดแชร์/ส่งต่อข้อมูลที่รู้หรือควรรู้ว่ามีเนื้อหาดังกล่าว
มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 อันเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ถือได้ว่าเป็นการทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ผ่านการกระจายภาพ/ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 219 กำหนดให้ สส.ต้องปฏิบัติและไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ในการกระทำใดที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการตำรงตําแหน่งไว้ด้วย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องไต่สวนและวินิจฉัย และส่งศาลฎีกาเอาผิดการกระทำดังกล่าวต่อไป