อดีตเมีย ลุงโยธิน โตเดือด ไม่เคยโทรไปขอเงิน มีแต่ลุงที่เสนอจะให้เอง เผยสาเหตุที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ จนต้องให้ออกไปจากห้องเช่า แบกรับภาระท้องหมดไม่ไหว

จากกรณีประเด็นดราม่าอดีตภรรยาคนล่าสุดของ ลุงโยธิน หรือ นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี อดีตดาราสมทบหลายเรื่อง ที่โทรศัพท์มาขอเงินหลังยอดเงินบริจาคเข้าบัญชีกว่า 300,000 บาท กระทั่ง น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ “ผอ.ฟ้า” ได้ใช้เงินส่วนตัวโอนไปให้อดีตภรรยาลุงโยธินทันที 2,000 บาทตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว ดราม่าอีกรอบ อดีตเมียโทรขอเงินลุงโยธิน เผยยอดเงินบริจาคพุ่งเกือบ 3 แสน

ล่าสุดวันที่ 27 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่หอพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางบี อายุ 57 ปี อดีตภรรยาคนล่าสุดของ ลุงโยธิน

นางบี ได้ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าโทรศัพท์ไปขอเงินลุงโยธิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้โทรไปเรียกร้องเงิน แต่เพราะความเป็นห่วงหลังเห็นข่าวเกี่ยวกับลุงโยธิน จึงพยายามติดต่อไปสอบถามความเป็นอยู่ ซึ่งตลอดเวลาที่ตนรู้จักกัน ตนไม่เคยโทรศัพท์ไปขอเงินลุงโยธิน แม้ในช่วงที่ลุงมีรายได้จากการถ่ายละครและงานโฆษณา

ที่ผ่านมาอาจมีการให้เงินเล็กน้อย 100-200 บาท เพื่อซื้ออาหารให้รับประทาน แต่ไม่เคยเรียกร้องเงินจากลุง นอกจากนี้ตนยังเคยได้รับเงิน 5,000 บาทจากลุงโยธิน ในช่วงที่รัฐบาลมีโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ซึ่งลุงเป็นฝ่ายแบ่งเงินให้ด้วยความสมัครใจ

ส่วนกรณีที่ตนไม่ติดต่อกันนานถึง 2 ปี เนื่องจากตนมีแต่เบอร์เก่าของลุงโยธิน จึงติดต่อไม่ได้ อีกทั้งช่องทางการสื่อสารเดิมก็ไม่สามารถใช้งานได้ กระทั่งตนเห็นข่าวเกี่ยวกับลุงโยธินและมีผู้เผยแพร่หมายเลขโทรศัพท์ใหม่ จึงลองโทรไปหา และระหว่างคุยกันก็ไม่รู้ว่าลุงกำลังนั่งอยู่กับใคร รวมถึงตนไม่รู้จัก ผอ.ฟ้า ด้วย นอกจากนี้ตนก็ไม่ได้ขอเงินหรือทวงถามว่าจะให้เงินหรือไม่ เพราะตนมองว่า เป็นเงินของลุง จะให้หรือไม่ให้ขึ้นอยู่กับตัวลุงเอง ส่วนสาเหตุที่ลุงต้องออกจากห้องพักเพราะเกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายและภาระความรับผิดชอบภายในห้อง ซึ่งตนเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายต่างๆ

ขณะที่ลุงโยธินไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระดังกล่าว เมื่อลุงโยธินสึกจากการเป็นพระและต้องการกลับมาอยู่ด้วย จึงมีปัญหาเรื่องค่าเช่าและค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ อีกทั้งเจ้าของห้องได้บอกว่า หากลุงโยธินจะกลับมาอยู่ด้วยก็จะต้องจ่ายค่าห้องเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าของห้องพักนี้ให้อยู่ฟรี เสียแต่ค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น

ตนก็ไม่สามารถแบกรับภาระทั้งหมดแทนได้ และสุขภาพของตนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จนไม่สามารถกลับไปค้าขายได้ตามปกติ ตนมีรายได้จากพี่ชายโอนให้เดือนละ 3,000 บาท และเงินประกันสังคมเดือนละประมาณ 1,900 บาท ส่วนค่าน้ำและค่าไฟมีเพื่อนสมัยเรียนช่วยเหลือ ตนยอมรับว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องดีและเรื่องที่ทำให้เสียใจ สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียใจมากที่สุดคือการถูกกล่าวหาว่า โทรไปขอเงิน ยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องผลประโยชน์จากลุงโยธิน แต่กลับกันฝ่ายลุงโยธินนั่นแหละที่เป็นคนเสนอจะให้เงินเอง

ด้าน ยายออน อายุ 73 ปี ผู้พักอาศัยตรงข้ามห้องนางบี ให้ข้อมูลว่า ตนรู้จักกับลุงโยธิน ตนไม่ได้ค่อยได้คุยกันมากนัก เนื่องจากตนกับลุงโยธินมีความคิดเห็นและลักษณะการพูดจาที่แตกต่างกัน ลุงโยธินมักใช้เวลาอยู่ภายในห้องเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับภรรยา ตนเคยได้ยินการโต้เถียงกันและใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพในบางครั้ง

ขณะที่ ป้าตุ้ย อายุ 60 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งตรงข้ามกับอพาร์ทเมนท์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลุงโยธินเคยพักอาศัยอยู่ในหอพักใกล้ร้าน และตนได้พบเห็นเป็นประจำ ลุงโยธินมักนั่งสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟอยู่บริเวณหน้าหอพัก และแวะมาสั่งอาหารที่ร้านรับประทานเป็นครั้งคราว โดยส่วนตัวมองว่าลุงโยธินเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบพูดคุยและหัวเราะอย่างร่าเริง ช่วงเช้ามักออกมานั่งบริเวณหน้าหอพักและออกกำลังกาย โดยรู้จักและพบเห็นกันมานานหลายปี

ที่ผ่านมาไม่เคยพบว่าลุงโยธินมีพฤติกรรมเป็นอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ส่วนสาเหตุที่ลุงย้ายออกจากหอพักนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงว่าลุงโยธินได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับญาติ และเคยบอกว่าจะไปประกอบอาชีพขายของ ซึ่งอาจเป็นการขายหมูปิ้ง ก่อนหน้านี้ลุงโยธินเคยขายน้ำพริก โดยมีภรรยาช่วยขายด้วย พร้อมฝากความคิดถึงถึงลุงโยธินและหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียนกันอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน