แม่ช็อก ลูกสาวตาบอดเป็นใบ้ ถูก ด.ช.วัย 12 กรีดแขนขวาเหวอะ เย็บกว่า 50 เข็ม หลังเอาไปฝากข้างบ้านเลี้ยงขณะออกไปทำงาน ส่วนเด็กที่ก่อเหตุอ้าง โมโหที่ไม่ยอมกินข้าว
แม่ช็อก วันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังห้องเช่าเลขที่ 72/1 ซอยสายลวด 4 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อพบกับ น.ส.สุภาภรณ์ หลิวเจริญ อายุ 46 ปี แม่ของน้องรัตน์ อายุ 18 ปี ซึ่งพิการตาบอด และพูดไม่ได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 เดือน หลังจากน้องรัตน์ ถูกทำร้ายด้วยการกรีดแขน ขา เป็นแผลเหวอะหวะ จนต้องพาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล
น.ส.สุภาภรณ์ เปิดเผยว่า ตนทำงานรับจ้างทั่วไป และอาศัยอยู่กับลูกสาวพิการเพียงลำพังมานานหลายปีแล้ว ปกติช่วงเช้าก็จะออกไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูลูก และฝากข้างบ้านดูแลลูก กระทั่งเที่ยงคืนวันเสาร์ที่ 28 ต.ค. หลังกลับมาถึงบ้านแล้วไปรับลูก ก็พบว่าลูกมีบาดแผลคล้ายถูกกรีดด้วยของมีคมที่บริเวณขาขวา จึงไปคุยกับเพื่อนบ้านที่พาลูกสาวไปฝากเลี้ยง จนทราบว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 12 ปี ที่อยู่ในบ้านดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ทำร้ายนั้น เด็กผู้ชายที่ก่อเหตุอ้างว่า น้องรัตน์ไม่ยอมกินข้าว
เมื่อทราบข้อเท็จจริงและเห็นแผลเพียงที่ขาเท่านั้น ตนจึงกลับบ้านมานอนกอดลูกกระทั่งเช้า และออกไปทำงาน เพราะมีงานค้างอยู่ กระทั่งเมื่อช่วงสายของวันที่ 30 ต.ค.น้องสาวตนมาเห็นแผลลักษณะถูกกรีดด้วยของมีคมที่แขนลูกสาวอีกหลายแห่ง จึงถ่ายรูปส่งไลน์ให้ญาติพี่น้องดู จากนั้นจึงได้รีบพาน้องรัตน์ไปหาหมอที่ ร.พ.สมุทรปราการ เบื้องต้นทราบว่าแพทย์ได้เย็บแผลที่แขนขวาประมาณ 30 เข็ม ขาขวา 20 เข็ม ทั้งนี้ลูกสาวคนโตได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา
นางสุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน ส่วนเรื่องของคดีตนก็คงต้องปล่อยตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนทำกันแน่ ซึ่งต้องรอสอบปากคำและผลตรวจจากโรงพยาบาลอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตนอยากร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ช่วยเหลือลูกสาวของตนในระยะยาว
เนื่องจากตนเช่าห้องอยู่กับลูกสาวเดือนละ 2,000 บาทเพียงลำพัง 2 คน หากวันไหนตนมีงานรับจ้าง ก็จะต้องนำลูกไปฝากเพื่อนบ้านเลี้ยงวันละ 300 บาท ส่วนตนไปรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 700 บาท แต่ก็ไม่ได้มีงานรับจ้างทุกวัน จึงอยากวอนให้ทางรัฐฯ เข้าช่วยพาลูกสาวไปบำบัด หรือดูแลรักษา ให้ช่วยตัวเองได้มากกว่านี้ เพื่อที่ตนจะได้ออกทำงานรับจ้างมาใช้จ่ายและใช้หนี้อีกกว่า 3 หมื่นบาทที่ไปยืมเพื่อนบ้านมาและยังมีค่าเช่าห้องที่ยังค้างอยู่อีกกว่า 1 หมื่นบาท
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยกับ นางจำรัส อยู่เย็น อายุ 78 ปี เพื่อนบ้าน ที่นางสุภาภรณ์ นำลูกไปฝากเลี้ยงไว้ โดยนางจำรัส เล่าให้ฟังว่า ปกติวันที่แม่ข้องน้องรัตน์ ไปทำงานก็จะนำน้องรัตน์ มาฝากเลี้ยงไว้ที่บ้านของตน โดยทุครั้งจะมี น.ส.มาลี นุชแทน ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ เป็นคนดูแล เนื่องจากตนอายุมากแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดปัญหาอะไร
จนกระทั่งวันเกิดเรื่อง น.ส.มาลี ได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยให้น้องรัตน์นอนพักอยู่ในห้อง พอกลับมาในช่วงเย็น ตนถึงได้รู้ว่าน้องรัตน์มีแผลที่ขาและแขน และทราบว่าหลานชายเป็นคนก่อเหตุ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้นั่งคุยเด็กที่ก่อเหตุ ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นคนลงมือเอง เนื่องจากพี่รัตน์ไม่ยอมทานข้าว จึงเกิดอาการโมโห ใช้มีดทำครัวมา กรีดแขนขาพี่รัตน์ ทั้งนี้เด็กคนดังกล่าวยังได้นำมีดทำครัวยาวประมาณ 5 นิ้วมาให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับใครเนื่องจากยังไม่ได้มีการสอบปากคำขอทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะต้องรอสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

