Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 27 พ.ค. 2563

แบงก์ตอบสุดช็อก สาวหวั่นเป็นแพะ จู่ๆโดยหมายศาล ติดหนี้เงินกู้ 1.5 ล้าน ซ้ำเงินเก็บเกลี้ยงบัญชี

18 ก.พ. 2563 - 15:15 น.

แบงก์ตอบสุดช็อก สาวหวั่นเป็นแพะ จู่ๆโดยหมายศาล ติดหนี้เงินกู้ 1.5 ล้าน ซ้ำเงินเก็บเกลี้ยงบัญชี

วันที่ 18 ก.พ. ที่สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง น.ส.เข็มทอง เหลืองอ่อน อายุ 30 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุทัศน์ ปะสิ่งชอบ สว.(สอบสวน) สภ.ปากน้ำประแสร์ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ว่า เงินเก็บในบัญชีธนาคาร จำนวน 14,000.89 บาท ได้หายไปจากบัญชี โดยมีหมายศาลแจ้งว่า ตนเป็นหนี้ธนาคารที่กู้ยืมไป จำนวน 1,500,000 บาท ทั้งๆที่ ตนเองไม่เคยกู้เงินกับธนาคารดังกล่าวเลย จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

น.ส.เข็มทอง เปิดเผยว่า หลายปีก่อน ตนเปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาแกลง จ.ระยอง ล่าสุดมีเงินในบัญชีของตนมีจำนวน14,000.89 บาท เมื่อตนไปถอนเงินออกจากบัญชีมาใช้จ่าย ปรากฏว่าไม่มีเงินเหลือในบัญชี และยังได้รับหมายศาลส่งมาว่าให้ไปชำระหนี้สิน 1.5 ล้านบาท เนื่องจากมีชื่อตน กู้เงินจาก ธนาคารเดียวกับที่ตนเปิดบัญชีไว้และเงินหาย แต่เป็นที่สาขานาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงรีบเดินทางเข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร สาขาแกลง จ.ระยองทันที ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ตรวจสอบข้อมูลให้ ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่บอกว่า ตนเองเป็นหนี้เงินกู้จำนวน 1.5 ล้านบาท ที่สาขานาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อ 4 ปีก่อนจริง เพราะมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นชื่อและมีบัตรประชาชนของตนเองที่มีลายเซ็นกำกับไว้ถูกต้องด้วย

ทางธนาคารจึงจำเป็นต้องหักเงินในบัญชีของตนเพื่อมาจ่ายคืนหนี้เงินกู้ ซึ่งสร้างความแปลกใจและตกใจเป็นอย่างมากจนตนเองเกือบช็อก เพราะไม่เคยกู้ยืมเงินกับธนาคารดังกล่าวเลย จึงให้ทางพนักงานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมาพนักงานได้ แจ้งกับตนอีกว่า มีการกู้ยืมจริง จึงตรวจสอบไปยังสำนักงานใหญ่ ที่ส่วนกลาง ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า เจ้าหน้าที่ธนาคาร นำเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนของตน ไปปลอมแปลงและทำการกู้เงินจำนวน 1.5 ล้านบาท และได้ถูกจับกุมแล้ว แต่ทางธนาคารกลับไม่แจ้งให้ตนทราบ ให้คำแนะนำหรือรับผิดชอบเงินของตนเองที่หายไป

ตนจึงต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะเป็นแพะ ต้องเป็นผู้ชดใช้หนี้สิน ทั้งๆที่ไม่ได้กู้ยืมมา และ อยากขอฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ กรณีการเซ็นรับรองสำเนาบัตรประชาชน ต้องมีการระบุชัดเจนว่าใช้เพื่อทำอะไร เพราะตนเองมักจะไม่เคยระบุเพราะเห็นว่าเป็นธนาคารคงจะปลอดภัย จึงเป็นช่องทางให้กับมิจฉาชีพนำไปปลอมแปลง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งเตรียมประสานทางธนาคารเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางธนาคาร แต่ทางเจ้าหน้าที่ปฎิเสธให้ข้อมูล

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ แบงก์ตอบสุดช็อก สาวหวั่นเป็นแพะ จู่ๆโดยหมายศาล ติดหนี้เงินกู้ 1.5 ล้าน ซ้ำเงินเก็บเกลี้ยงบัญชี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง