ป่าไม้ประสานตร.ล่าแก๊งลอบขโมยไม้ของกลางเขาภูหลวง เกิดเหตุยิงปะทะเดือด คนร้ายเจ็บ อธิบดีกรมป่าไม้สั่งเข้มจนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าทั่วประเทศจัดเวรยาม
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายชยุต วราพิริยะกุล หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังน้ำเขียว ว่าได้จับกุมผู้กระทำผิดแอบลักลอบเข้ามาขโมยไม้ของกลางภายในหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 (เขาภูหลวง) จ.นครราชสีมา
โดยตนได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล รองอธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ไปอำนวยการติดตามผลการปฏิบัติงานและขยายผลการจับกุมดำเนินคดี
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
การปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ประสานงานบูรณาการร่วมกับตำรวจ นำโดย พ.ต.อ. ประชุม แถมกลาง ผกก.สภ.อุดมทรัพย์อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ซุ่มสกัดจับกลุ่มคนร้าย ภายหลังได้รับรายงานจากทางสายข่าวว่าได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งได้แอบลักลอบเข้ามาขโมยไม้ของกลางที่เก็บรักษาไว้ในหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 (เขาภูหลวง) อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โดยทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนปล่อยให้กลุ่มคนร้ายขนไม้ของกลางขึ้นรถกระบะปิกอัพสีขาว ทะเบียน ผต 7712 อุบลราชธานี และทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังซุ่มดักรออยู่บริเวณทางออกหมู่บ้าน พร้อมทั้งใช้รถไถจอดขวางกั้นเพื่อไม่ให้กลุ่มคนร้ายเคลื่อนย้ายไม้ของกลางออกไปยังถนนสาย 304 เมื่อกลุ่มคนร้ายขับรถมาถึงจุดสกัดจับและไม่สามารถขับรถต่อไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น
เบื้องต้นพบไม้ของกลางบรรทุกอยู่เต็มท้ายกระบะโดยมีผ้าใบสีดำคลุมปิดทับไว้อย่างมิดชิด โดยกลุ่มคนร้ายไม่ยอมให้ตรวจค้นจนเกิดเหตุยิงปะทะกันระหว่าง กลุ่มคนร้ายและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย มีคนร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณขา 1 ราย จากการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ สำหรับผู้ต้องหาที่เหลืออาศัยความมืดหลบหนีไปได้
•บู๊สนั่น! คนร้ายนับสิบสุดอุกอาจ บุกขโมยไม้พะยูงของกลาง ยิงสู้ปะทะเดือด สกัดจับกันวุ่น
จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ผู้ต้องหากล่าวว่าจะนำไม้ของกลางที่แอบลักลอบนำออกมาทั้งหมดเดินทางไปยัง อ.ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่ สภ.อุดมทรัพย์ เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้หากไม้ของกลางดังกล่าวได้ถูกขนย้ายและนำไปขาย ซึ่งไม้ทั้งหมดนั้นเป็นไม้พะยูงปริมาตรรวมกว่า 1 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 300,000 บาท ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าทั่วประเทศให้จัดเวรยามเฝ้าระวังและตรวจสอบทำบัญชีไม้ของกลางที่จับกุมได้ เพื่อที่จะสามารถตรวจเช็คได้ตลอดเวลา และทางกรมป่าไม้ต้องขอขอบคุณรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ สำหรับความร่วมมือในการร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้