แม่ร้องสื่อ หลังลูกชายวัย 7 ขวบ ถูกครูภาษาไทยตีถึง 2 วันติด จนหลังแดงเป็นรอยช้ำ ถึงขั้นนอนละเมอ เพราะอ่านหนังสือไม่ออก ถามทางโรงเรียนก็ไม่ได้คำตอบ
วันที่ 16 ต.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเด็กชายอายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ว่าเด็กถูกครูใช้มือฟาด 2 วันติดต่อกัน แต่ครูไม่ยอมรับ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ที่บ้านของเด็กผู้เสียหาย พบ นางปาริฉัตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี แม่ของ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ปี ที่อ้างว่าถูกครูทำร้าย ซึ่งวันนี้ ด.ช.เอ ไม่ได้ไปโรงเรียน โดย นางปาริฉัตร ได้นำผลการตรวจร่างกายของแพทย์โรงพยาบาลบ้านกรวด มาให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งระบุว่า พบรอยพกช้ำบริเวณแผ่นหลัง ขนาด 3X2 เซนติเมตร พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ลูกชายมาบอกว่า ไม่อยากไปโรงเรียนเพราะครูผู้หญิงที่สอนภาษไทยตี ตนไม่ติดใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ
พอวันที่ 15 ต.ค. ลูกมาบอกว่าโดนครูตีอีก จึงสอบถามกระทั่งพบว่าแผ่นหลังมีรอยนิ้วมือเป็นปื้นแดงอยู่ จึงพาไปตรวจที่ ร.พ.บ้านกรวด จากนั้นได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อไปสอบถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากใคร แจ้งมาเพียงว่า ครูไม่ได้ทำ ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านกรวด ไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้สงสารลูกมากที่ไม่ได้ไปโรงเรียน และเวลากลางคืนจะนอนละเมอ ผวากลัวโดนใครจะมาทำร้าย หลังจากนี้คงจะให้ลูกย้ายโรงเรียนเพราะสงสารลูก
จากการสอบถาม ด.ช.เอ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ครูเอามือมาเขกหัวเป็นประจำ แต่วันที่ 14 ต.ค. ตนอ่านหนังสือไม่ออก ครูจึงเอามือฟาดไปที่หลัง 3 ครั้ง พอวันที่ 15 ต.ค. ครูให้ชี้ตัวหนังสือบนกระดานดำ แต่ชี้ไม่ถูก ก็โดนมือฟาดอีก 3 ครั้ง คราวนี้มีความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เพราะโดนรอยเดิม เมื่อกลับบ้านจึงบอกแม่ว่าจะไม่ไปโรงเรียนอีกแล้วเพราะกลัวโดนตีอีก