ชาวบ้าน แจ้งจับอดีตเจ้าอาวาส ร่วมกับพวก ขโมยหัวใจพระเจ้า เป็นทองคำหนัก1.2 กก. ไปขายได้เงินกว่า 1.1 ล้านบาท ก่อนสึกหนี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ม.ค. 2564 เจ้าหน้าชุดสืบสวน สภ.จุน จ.พะเยา ลงพื้นที่สำนักสงฆ์วัดไผ่สีทอง บ้านไผ่สีทอง ม.12 ต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา หลังทราบว่า อดีตเจ้าอาวาส พร้อมพวกอีก 2 คน นำวัตถุโบราณ ซึ่งเป็นทองคำก้อน น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม ลักษณะคล้ายผลท้อหรือหัวใจ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวใจพระเจ้า หรือหัวใจพระพุทธรูป ตามความเชื่อของคนล้านนา ที่ขุดพบภายในวัด ไปขายและนำเงินบางส่วนไปใช้ส่วนตัว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

สอบสวนนายสุชาติ สมคิด อายุ 46 ปี หรืออดีตพระสุชาติ สุชาโต และอดีตเจ้าอาวาสวัด ซึ่งทำการลาสิขาด้วยตนเองเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2563 กล่าวว่า เมื่อประมาณกลางเดือน พ.ย. 2563 ตนให้รถแบ็คโฮ ขุดคูน้ำรอบศาลาวัดที่กำลังก่อสร้าง เพื่อจะฝังท่อระบายน้ำ สังเกตเห็นวัตถุทรงกลมรี คล้ายลูกท้อ ขนาดกำมือ จึงหยิบขึ้นมาดู เมื่อขูดเนื้อดินออก เห็นเนื้อในสีเหลืองคล้ายทอง จึงนำมาเก็บไว้ในกุฏิ

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ตนจึงเรียกนายประสิทธิ์ พงษ์จิตภักดี อายุ 62 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และนายบุญหมาย นะลา อายุ 53 ปี ช่างรับเหมาก่อสร้าง นำทองไปขายที่ อ.เชียงคำ จึงทราบว่าเป็นทองคำน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม ทางร้านได้ตีราคาทองคำเป็นจำนวนเงิน 1,160,000 บาท พร้อมกับพาไปรับเงินสดที่ธนาคารกสิกร สาขาเชียงคำ โดยใช้หลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของนายประสิทธิ์ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้แบ่งเงินให้ทั้ง 2 คน จำนวน 300,000 บาท และพากันแยกย้ายกลับบ้าน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินที่ได้มา 560,000 บาท นำไปซื้อรถเก๋งมือสอง ในราคา 20,000 บาท ที่เหลือนำมาสร้างศาลาวัดเพิ่มเติม และเหลือเงินในธนาคาร 120,000 บาท ส่วนนายประสิทธิ์ พงษ์จิตภักดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไผ่สีทอง รับเงิน 300,000 บาท เอาไปใช้จ่ายส่วนตัวแล้วเหลือเงิน 260,000 บาท และนายบุญหมาย นะลา ผู้รับเหมา รับเงิน 300,000 บาท หักค่าจ้างงานและใช้จ่ายส่วนตัว คงเหลือเงิน 75,000 บาท หลังจากนี้ทั้งหมดจะนำเงินมาคืนให้ชาวบ้าน ส่วนที่ขาดจะพยายามหาเงินมาชดใช้ให้จนครบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ร.ต.นัฐพล คงเมือง อายุ 64 ปี นายทหารนอกราชการและผู้ทำบุญร่วมสร้างศาลา กล่าวว่า เมื่อกลางเดือน พ.ย. 2563 นายสุชาติหรืออดีตพระสุชาติ สุชาโต ได้ส่งรูปก้อนทองคำให้ดู แล้วบอกว่าจะนำไปขายเพื่อมาสร้างศาลาวัด ตนได้เตือนว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง เพราะก้อนทองนี้เป็นสมบัติของวัดและเป็นของสาธารณะไม่ควรนำไปขาย ถ้าหากขายอาจมีความผิดและต้องรับโทษ จากนั้นตนได้แชร์ภาพดังกล่าวไปยังคณะกรรมการวัด จนทำการสอบเค้นความจริงในที่สุดความแตก นายสุชาติก็รีบลาสิกขาเพื่อหนีออกจากวัด แต่ชาวบ้านได้ทำการล้อมจับไว้ได้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านนายขุนสงกรานต์ ศิริวงค์ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านไผ่สีทอง กล่าวว่า จากการถามความคิดเห็นชาวบ้าน อยากจะได้หัวใจของพระเจ้ากลับคืนสู่ชุมชน จึงขอความกรุณาให้เจ้าหน้าที่นำกลับคืนมาให้ได้ ทางชาวบ้านจะไม่ติดใจคาดโทษเอาความกับบุคคลทั้ง 3 ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย

พ.ต.อ.สมาน จิตบุญ ผกก.สภ.จุน เผยว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งความคดีลักทรัพย์กับผู้กระทำผิดทั้ง 3 คนพร้อมเก็บพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป จากนั้นจะลงพื้นที่ประสารกับ สภ.เชียงคำ ติดต่อกับร้านทองที่รับซื้อ เพื่อจะนำก้อนทองคำดังกล่าวกลับมาคืนให้ชาวบ้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน