ประจวบคีรีขันธ์ จับ 33 แรงงานพม่า ลักลอบผ่านแดน หวังไปทำงานที่ตลาดกลางกุ้งมหาชัยและโรงงานสับปะรดกระป๋องปราณบุรี ตรวจพบเดินทางมาจากเมืองย่างกุ้งพื้นที่ระบาดโควิด อ้างนายหน้าจะพามาขึ้นทะเบียนแรงงาน เจ้าหน้าที่จับตรวจโควิด-19 ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

เกาะติดข่าว กดติดตามข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำโดย จ่าเอกแก้ว คงวงศ์ ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง , ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ , ตชด.146 , ตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

ได้สนธิกำลังกันจับกุม กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางธรรมชาติช่องเขาหลัก หมู่ 5 บ้านเนินแก้ว ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถจับกุมได้ จำนวน 25 คน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 4 มีนาคม

หลังตรวจพบหลบซ่อนตัวในสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่ง เพื่อรอนายหน้ามารับไปส่งเพื่อไปทำงานที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร และโรงงานใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สแกนพื้นที่โดยรอบอีก

กระทั่งสามารถจับกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ได้เพิ่มอีก 8 คน ซึ่งกลุ่มนี้เตรียมลักลอบข้ามชายแดนไทย หวังกลับไปยังบ้านเกิดที่เมียนมา

ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวด้วยว่า แรงงานที่จับกุมได้กลุ่มแรก จำนวน 25 ราย มาจากเมืองย่างกุ้ง เมืองมะริด และเมืองทวาย ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของเชื้อโควิด–19 จากการสอบสวนทราบว่า แรงงานจะไปทำงานที่ ตลาดกลางกุ้งมหาชัย จ.สมุทรสาคร และโรงงานแปรรูปสับปะรดกระป๋องใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ส่วนอีกกลุ่มจำนวน 8 คน เป็นคนงานกรีดยาง จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องการกลับบ้านเกิดเพราะนายจ้างหยุดจ้างงาน

สำหรับแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมด 33 คน ที่จับกุมได้แบ่งเป็นชาย 21 คน หญิง 12 คน เพื่อความไม่ประมาทเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคน โดยส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจโควิด ทั้งหมด 11 ด่านในพื้นที่รอยต่อ 3 ตำบลของ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 5 เดือน เพื่อปิดโอกาสการลักลอบค้าแรงงานข้ามชาติดังกล่าว

ล่าสุดได้สั่งให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ขบวนการ ซึ่งเชื่อว่ามีทั้งคนไทยและชาวเมียนมา ทำเป็นขบวนการเพื่อตัดวงจรการค้ามนุษย์ นำแรงงานเถื่อนไปส่งที่เป้าหมาย

ทางด้านจ่าเอกแก้ว ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมากว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งมีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นจุดกั้นแนวชายแดน พบมีช่องทางธรรมชาติ ไม่น้อยกว่า 54 ช่องทาง

ทางจังหวัดได้มีมาตรการป้องกัน โดยนำกำลัง อส.จังหวัด และ อส.อำเภอ ผลัดเปลี่ยนเวรตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจตราบริเวณจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนในเขตอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ คือ ต.คลองวาฬ ต.เกาะหลัก และ ต.อ่าวน้อย และพบว่า กลุ่มแรงงานต่างชาติลักลอบบุกเบิกเส้นทางธรรมชาติเส้นทางใหม่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้เพิ่มความยากในการติดตาม ป้องกันและจับกุม แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกันการลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทยดังกล่วา

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน