เชียงราย ชาวไร่ยาสูบโอดครวญ จะอดตาย ชุมนุมยื่นหนังสือถึงคลัง วอนรัฐเร่งหาทางออกปัญหาต้นทุนสูงด่วน พร้อมช่วยยกเลิกลดโควตารับซื้อ
31 ส.ค. 65 – กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกและค้าใบยาสูบ จ.เชียงราย ประมาณ 100 คน นำโดยนายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนสมาคมผู้บ่มผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ และนายณรงค์ศักดิ์ กิจพิทักษ์ ประธานเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเชียงราย
เดินทางชุมนุมกัน ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านศูนย์ดำรงธรรมไปยังกระทรวงการคลัง และการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ให้ช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการปลูกใบยาสูบที่สูงขึ้น และยกเลิกการปรับลดโควตารับซื้ออีก 25%

นายกิตติทัศน์ กล่าวว่า ตัวแทนชาวไร่ยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนียกว่า 1,200 คนในภาคเหนือ ได้นัดรวมตัวกันหน้าศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัด เพื่อให้ยื่นหนังสือไปถึง รมว.การคลัง เพื่อขอให้ช่วยเหลือชาวไร่และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 1 หมื่นคน เพราะต้องเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนปัจจัยการผลิตยาสูบ เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟฟ้า ค่าฟืน และค่าแรงงานเพิ่มสูงขึ้นกว่า 60 %
แต่ราคารับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย กลับไม่ได้ปรับขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เกือบ 10 ปีมานี้ทาง ยสท. ยังยืนยันจะใช้ราคาเดิม ชาวไร่และผู้บ่มฯ ก็ไม่สามารถปลูกใบยาสูบและประกอบอาชีพต่อไปได้
ทั้งนี้ในปัจจุบันเกษตรกรปลูกและบ่มใบยาพันธุ์เวอร์จิเนีย ในพื้นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ น่าน และพะเยา เป็นอาชีพท้องถิ่นที่ทำต่อเนื่องกันมาตลอดกว่า 60 ปี แต่ละปีมีผลผลิตใบยาประมาณ 10 ล้านกิโลกรัม ส่งขายให้กับ ยสท. สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นรวม 1,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อครอบครัว
แต่จากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบหลายครั้งตั้งแต่ปี 2560 ทำให้ ยสท. ปรับลดโควตารับลง 50% เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันและจะประกาศลดโควตาลงอีก 25% สำหรับฤดูกาลผลิต 2565/66 ที่จะถึงนี้ ทำให้โควตาใบยาพันธ์เวอร์จิเนียถูกลดลงไปกว่า 56%
ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า เกษตรกรทั้ง 6 จังหวัด ได้ยื่นหนังสือเพราะปัญหาเพียง 2 เรื่องเหมือนกันคือ ปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย แรงงาน ฯลฯ และปัญหาเรื่องโควตารับซื้อของ ยสท.ในฤดูกาลผลิต 2565-2566 เพราะหลังจากมีการลดโควตารับซื้อมาตั้งแต่ปี 2560 ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเกษตกรทั้ง 2 เรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะ จ.เชียงราย มีพื้นที่ปลูกใบยาสูบรวมกันประมาณ 15,000 ไร่ ปีที่ผ่านมาเกษตรกรได้โควตาขายประมาณ 3 ล้านกิโลกรัม ซึ่งหากมีการปรับลดโควตาก็จะทำให้เหลือผลผลิตที่จะต้องส่งให้ ยสท.เพียง 1.3 ล้านกิโลกรัม ทั้งนี้หากการยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้ผลเกษตรกรก็จะพาเดินทางไปเรียกร้องที่กรุงเทพฯ ต่อไป
ต่อมา นายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย ได้เข้ารับเรื่องจากกลุ่มเกษตรกร โดยรับปากจะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบและพิจารณาดำเนินการ ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกใบยาสูบตั้งแต่เดือน ต.ค. 65 เป็นต้นไป ทำให้กลุ่มเกษตรกรสลายตัวและกลับไปรอฟังผลต่อไป