พริตตี้สาวร้อง! ร้านปิ้งย่างดังนนทบุรี นำเก้าอี้พักเตาถ่านให้นั่ง ต้นขาพอง เรียก 2 แสน เจอปฏิเสธ ด้านร้านมองเป็นตัวเลขที่เยอะไป พร้อมจ่ายแค่ 5 หมื่นบาท
22 ธ.ค. 2565 – จากกรณีสาวคนหนึ่ง ประกอบอาชีพ พริตตี้ ได้โพสต์ข้อความลงใน กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers) ถึงเรื่องราวไปนั่งรับประทานอาหารที่ ร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง ย่านท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี แต่พนักงานร้าน ดันยกเก้าอี้เหล็กที่ใช้สำหรับตั้งเตามาให้ลูกค้านั่ง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผล
น.ส.แนน (สงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 27 ปี พริตตี้สาว เล่าว่า วันที่ 1 ธ.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. เธอไปกินบุฟเฟต์ปิ้งย่างที่ร้านดังกล่าว เพราะเห็นรีวิวดี จึงขับรถมาจากลาดกระบัง เมื่อถึงคิวของตน น้องพนักงานเอาเก้าอี้เหล็กมาให้นั่ง วันนั้นตนใส่กางเกงขาสั้น ไม่ได้เอะใจอะไร แต่เมื่อนั่งไปแล้วเกิดร้อนมากที่น่อง 2 ข้าง ตนดีดตัวขึ้นมาด้วยความปวดแสบปวดร้อน จนพนักงานร้านได้ไปซื้อยามาให้ทาและเอาน้ำแข็งมาประคบ

ตอนนั้นตนเริ่มเจ็บปวดแสบที่แผลขึ้นมากว่าเดิม จึงถามหาความรับผิดชอบเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลกับทางร้าน โดยน้องที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านก็ยินดีที่จะออกค่ารักษาพยาบาลให้กับตนแทนทางร้าน โดยเขาอ้างว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดนิสัย ตนจึงเดินทางไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลเอกชนแถวมีนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักตน ก่อนจะส่งใบเสร็จค่ารักษามาเบิกกับพนักงานของร้าน
บาดแผลที่ต้นขาทั้งสองข้างของตนค่อนข้างใหญ่ ตนมีอาชีพพริตตี้รับงานเอ็นเตอร์เทรน มีรายได้ตกวันละประมาณ 10,000 บาท ซึ่งหลังเป็นแผลขนาดใหญ่ ทำให้ตนต้องหยุดงานเพื่อไปหาหมอล้างแผลทุกวัน ตนจึงขาดรายได้ในส่วนนี้ไป จึงตัดสินใจโทรนัดเจ้าของร้านเพื่อให้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล และชดเชยรายได้ที่ตนต้องหยุดงานไปจำนวน 15 วัน เป็นเงินจำนวน 150,000 บาท รวมกับค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญ รวมเป็นเงิน 200,000 บาท
จากนั้นตนได้นัดหมายตกลงค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง แต่ทางเจ้าร้านก็ปฏิเสธโดยอ้างว่าสามารถจ่ายเต็มที่ให้ตนได้เพียง 50,000 บาทเท่านั้น ถ้าอยากได้เพิ่มมากกว่านี้ให้ไปปรึกษาทนายความฟ้องร้องเอา จากนั้นทางร้านก็เงียบหายไป มีแต่เพียงจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้ตนมาเท่านั้น ตนจึงตัดสินใจนำเรืองนี้ออกมาร้องกับทางผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรม เพราะตนมีปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่นต้องยืนฉี่แทน เพื่อไม่ให้ถูกแผล แม้ตอนนี้แผลจะแห้งแล้วแต่ยังเป็นแผลเป็นอยู่ ต้องซื้อยาทายากินเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะหายเมื่อไหร่ และ กลับไปทำงานได้ตอนไหน
“สภาพจิตใจตนตอนนี้คือแย่ดิ่งสุด เพราะทำงานไม่ได้หลายวัน เรื่องแผลผู้หญิงทุกคนน่าจะเข้าใจดี คือถ้าไม่หายหรือเป็นแผลเป็นสภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดไหน”

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายเอ (นาสมมติ) เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางร้านทราบเรื่อง ก็ได้นัดเจรจากับผู้เสียหาย โดยรอบแรกได้มีการพูดคุยและยื่นข้อเสนอมาจำนวนหนึ่ง ตนจึงกลับมาคุยกับหุ้นส่วน ซึ่งเป็นจำนวนเงินค่อนข้างสูง ต่อมาครั้งที่ 2 เราได้ข้อสรุปจึงไปเจรจากันอีกครั้ง
ตนเสนอเงินให้เขาจำนวน 50,000 บาท แต่คู่กรณีไม่ยอมรับ โดยยืนยันว่าอยากได้เงินจำนวนที่เคยแจ้งไว้คือวันละ 10,000 บาท เบื้องต้น 200,000 บาทเป็นอย่างน้อย โดยให้เหตุผลว่า เป็นเงินในส่วนที่เขาต้องทำงานวันละ 10,000 บาท ไม่นับรวมค่าทำขวัญ ตนเลยถามว่าทำงานที่ไหนมี statement เงินเดือนไหม อยากทราบว่าจริงไหมหากจะต้องจ่ายเงิน 200,000 บาท ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้จนถึงทุกวันนี้
ยอมรับว่าตกใจมากที่เขาไปร้องสื่อ เพราะมีการพูดคุยกันแล้ว แค่ไม่ลงตัวกันเท่านั้น เพราะทางร้านมองว่าตัวเลขค่าชดเชยที่เขายื่นมาเป็นเงิน 200,000 บาท มันสูงมากไปที่ทางร้านจะจ่ายได้ เราไม่ได้ปฏิเสธจะไม่รับผิดชอบ แค่อยากขดเชยให้ตามความเป็นจริงเท่านั้น และไม่ได้ไปท้าให้เขาจ้างทนายความมาฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยเอง เพียงแต่คิดว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ให้เรื่องนี้ไปถูกตัดสินในชั้นศาลแทน ว่าทางร้านควรจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวนเงินเท่าไร ที่จะยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย