วันที่ 20 ก.พ. ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร รองสว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันก่อน (19 ก.พ.) นายศักดา นาคะโนทศ อายุ 37 ปี ชาวตำบลบ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี อาชีพ รปภ.ประจำสำนักงานแห่งหนึ่งในตำบลบ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เดินทาง มาขอถอนแจ้งความ หลังจากที่ได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ว่า หญิงรุ่นพี่ที่เคยที่คบหากัน ชื่อกุ้ง อายุ 42 ปี ชาว จ.ตาก อาชีพหมอนวดแผนโบราณ ถูกชายที่เป็นคนปักษ์ใต้ ทำตัวเป็นเศรษฐีชวนไปอยู่ด้วยแล้วกักขังตัวเอาไว้
โดยนายศักดา ให้การว่า ก่อนหน้า น.ส.กุ้ง ได้โทรศัพท์มาหาคนรู้จักกันขอความช่วยเหลือว่า ถูกกักขังไว้บนเรือ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ต่อมาตนได้มาทราบเรื่องจากนรู้จักคนดังกล่าว ด้วยความที่เป็นห่วงและเกรงว่าจะเป็นเรื่องจริง ตนจึงมาแจ้งความเพื่อขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งบ่ายวันก่อน(19 ก.พ.) น.ส.กุ้ง ก็ได้โทรศัพท์ มาหาตนพร้อมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ว่าเนื่องจากน.ส.กุ้ง ได้ทะเลาะกับหนุ่มปักษ์ใต้ที่คบหาและไปอยู่ด้วย จึงได้กุเรื่องขึ้นมา ซึ่งไม่เป็นความจริง ที่โทรมาหลอกในตอนแรกเพราะอารมณ์ชั่ววูบทำประชดแฟน หนุ่มชาวปักษ์ใต้เท่านั้นเอง

นายศักดา ให้การต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับน.ส.กุ้ง ทางเฟซบุ๊ก เขาเปิดร้านนวดแผนโบราณ ในซอยสนิทวงศ์ชัย แล้วคบหากันได้ประมาณ 4-5 เดือน จนกระทั่ง น.ส.กุ้งไปคบหากับหนุ่มปักษ์ใต้ ซึ่งมีฐานะดี ก่อนจะไปอยู่ด้วยกันเมื่อ ธ.ค.ปี 60 และก็ไม่ได้ติดอีกเลย จนกระทั่งเจ้าของร้านตัดผม มาบอกว่า น.ส.กุ้ง โทรมาหาบอกว่า โดนกักขังในเรือ

ร.ต.อ.บรรจง เปิดเผยว่า ในตอนแรกที่นายศักดา มาแจ้งความว่าหญิงที่เคยคบถูกกักขังในเรือ ทางเจ้าหน้าที่พบพิรุธหลายอย่าง เพราะถ้า น.ส.กุ้ง ถูกกักขังจริง จะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ ซึ่งตำรวจได้ทำการตรวจสอบไปทางตำรวจในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำการตรวจเช็คดูก็ไม่พบว่า มีหญิงโดนกักที่เรือเลย ถ้าเป็นเรื่องจริงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม ในการมาแจ้งความ ในลักษณะ แบบนี้ ขอให้ทำการตรวจเช็คให้รอบครอบอย่างละเอียดก่อน