สคทช. เผยความคืบหน้าพิสูจน์สิทธิ ปี 66 พิสูจน์สิทธิ์แล้ว 1,763 แปลง หวังลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ทุกภาคส่วน
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าที่ร้อยตรี พีรพล มั่นจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เผยผลการดำเนินงานและความคืบหน้า การพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ ในปีงบประมาณ 2566 ว่า ที่ผ่านมาได้มีการยื่นข้อร้องเรียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิทั้งหมดจำนวน 6,889 แปลง เป็นข้อร้องเรียนผ่าน คพร. จังหวัด 4,311 แปลง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 529 แปลง ได้ข้อยุติที่พิสูจน์ได้ว่าประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยก่อนเป็นที่ดินของรัฐ 232 แปลง และเข้ามาภายหลัง 297 แปลง มีการรับเรื่องดำเนินการอ่านภาพถ่ายทางอากาศจำนวน 2,578 แปลง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 1,234 แปลง รวมที่ได้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐแล้วเสร็จ 1,763 แปลง ซึ่งสูงกว่าในปีงบประมาณ 2565 ที่ดำเนินการแล้วเสร็จอยู่ที่ 1,194 แปลง และสูงกว่าตัวชี้วัดที่ตั้งเป้าไว้ที่จำนวน 1,300 แปลง ในปีงบประมาณ 2567 นั้นทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้ตั้งเป้าตัวชี้วัดการพิสูจน์สิทธิที่ดำเนินการแล้วเสร็จไว้ที่จำนวน 1,800 แปลง

การพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐนั้นเป็นมาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งเป็นกระบวนการในการแก้ไขปัญหาข้อโต้แย้งสิทธิการครอบครองที่ดินในเขตที่ดินของรัฐ ในกรณีที่ประชาชนอยากได้ความเป็นธรรมในการขอออกเอกสารสิทธิที่ดินในพื้นที่ของรัฐ จะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นธรรมว่าประชาชนได้ครอบครองที่ดินก่อนเป็นที่ดินของรัฐหรือไม่ การพิสูจน์สิทธินั้นก็จะมีหน่วยงานที่คอยดูแลที่ดินของรัฐซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ 1.ที่สาธารณประโยชน์ จะดูแลโดย นายอำเภอหรือปกครองส่วนท้องถิ่น 2. ที่ราชพัสดุ จะดูแลโดย กรมธนารักษ์ 3. ที่ป่าไม้ จะดูแลโดย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และจะมีหน่วยงานที่ คทช. แต่งตั้งในรูปแบบของคณะอนุกรรมการมีอยู่ 2 คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ ได้แก่ คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานซึ่งจะมีอยู่ทั้ง 76 จังหวัด และคณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศจะมีผู้อำนวยการ สคทช. เป็นประธาน
สำหรับขั้นตอนการขอพิสูจน์สิทธินั้นประชาชนสามารถมายื่นข้อร้องเรียนกับทาง คพร.จังหวัด หรือ คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิของแต่ละจังหวัดในพื้นที่ที่ประชาชนมีข้อโต้แย้ง โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลักฐาน พยานบุคคล ที่ได้ก่อนสร้างหรือจับจองที่ดินมายื่น และทาง คพร. จังหวัดจะนำเอกสารเข้าไปประชุมพิจารณาตามเอกสารหลักฐานนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินที่ประชาชนได้ครอบครองมาก่อนรัฐหรือไม่ โดยจะใช้การอ่านภาพถ่ายทางอากาศเพื่อดูร่องรอยการทำประโยชน์ในที่ดินประกอบด้วย

ถ้าพิสูจน์สิทธิแล้วพบว่าประชาชนอาศัยหรือใช้ประโยชน์ที่ดินนี้ก่อนเป็นที่ดินของรัฐ ทาง คพร.จังหวัดจะทำการออกโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิให้กับประชาชน และถ้าพิสูจน์สิทธิแล้วประชาชนอาศัยหรือใช้ประโยชน์ที่ดินนี้หลังเป็นที่ดินของรัฐก็จะให้เช่าที่ดินของรัฐ หรือจะให้เข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินของ คทช. เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป