หนุ่ม30ร้องทนายดัง ทวงเงิน อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต ข้องใจรักษาไม่หาย เก็บ5พันค่าลัดคิว โวยตอนรักษา ไม่ได้รู้สึกหรือสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรเลย

วันที่ 16 พ.ย.2566 พ่อกับแม่และนายหนึ่ง อายุ 30 ปี ( นามสมมุติ) เดินทางมายังสำนักงานทนายคู่ใจ เพื่อขอคำปรึกษากับทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังจากที่เสียเงินเข้ารับการรักษากับ อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต แล้วอาการป่วยไม่หาย

พ่อของนายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังเมื่อปี 65 ตนได้หลงเชื่อพาลูกชายเดินทางไปรักษาตัวกับนายกีรติ สมคิด หรือ อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต แต่ต้องเสียเงินจองคิวเร่งด่วนเป็นเงินจำนวน 5 พันบาทก่อน จากนั้นในวันที่เดินทางไปเข้ารับการรักษาซึ่งให้เวลาเพียง 15 นาที แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงถูกอาจารย์เอกสั่งให้ซื้อยากลับไปช่วยรักษาเพิ่มในราคาขวดละ 650 บาท จำนวน 2 ขวด รวมเป็นเงิน 1,300 บาท จากนั้นทางอาจารย์เอกจะนัดให้เดินทางมารักษาใหม่อีกหลายครั้ง

โดยอ้างว่าต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตนจึงรู้สึกว่าจะต้องเสียเงินค่ารักษาตัวให้ลูกชายอีกจำนวนมากหลายครั้ง จึงตัดสินใจไม่ไปรักษาตัวกับอาจารย์เอกอีก จนกระทั่งมาเห็นข่าวที่ทนายรณณรงค์ บุกไปที่สำนักงานของอาจารย์แล้ว จึงตัดสินใจเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากทนายรณณรงค์เพื่อทวงเงินค่ารักษาจากอาจารย์เอกคืน เพราะมีข้อความตกลงพูดคุยกับตัวอาจารย์เอกก่อนที่จะเดินทางนำตัวลูกชายไปรักษาว่า หากรักษาไม่หายยินดีที่จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ด้วย

นายหนึ่ง ผู้เสียหายรายนี้ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ตนเองเกิดอุบัติเหตุตกจากท้ายรถกระบะ ศีรษะกระแทกพื้นจนทำให้เกิดอาการร่างกายซีกขวาอ่อนแรงและจมูกไม่ได้กลิ่น ซึ่งทางพ่อกับแม่ของตนก็พาตนตระเวนเดินทางหาที่รักษาตัวไปทั่ว ทั้งการฝั่งเข็ม นวดเฉพาะจุด ทั้งทางแพทย์ปัจจุบันและแผนไทยต่าง ๆ ด้วยถึงทางไสยศาสตร์ด้วย

จนกระทั่งต่อมาทางพ่อของตนไปเห็นโฆษณาของอาจารย์เอกในติ๊กต็อกที่มีทั้งนักแสดงดาราหลายคนเดินทางไปรักษากับอ.เอก ทำให้ทางพ่อของตนติดต่อไปเพื่อจะนำตนไปรักษาอาการที่ป่วยอยู่ ซึ่งในตอนแรกตนปฎิเสธที่จะเดินทางไปรักษาตัวกับอาจารย์เอก เพราะไม่คิดว่าจะรักษาตนให้หายได้ และยิ่งมารู้ว่าทีหลังอีกว่า พ่อของตนต้องเสียเงินจำนวน 5 พันบาทเพื่อเป็นการจองคิวเร่งด่วน ทำให้ตนจะไม่ไปรักษา แต่ทางพ่อก็ขอร้องให้ตนลองเดินทางไปรักษาตัวกับอาจารย์เอกดูเพื่อจะหาย

และหากรักษาไม่หายทางอาจารย์เอกก็จะคืนเงินค่ารักษาให้ ทำให้ตนตัดสินยอมเดินทางไปเพื่อทำให้พ่อสบายใจ เมื่อถึงวันเดินทางไปรักษาตัวที่บ้านพักของอ.เอกที่ย่านบางบัวทองแล้ว อ.เอกได้ให้ตนนั่งและใช้มือมาลูบหัววนไปวนมาประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะถามกับตนว่า รู้สึกดีขึ้นไหม แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการรักษาของอ.เอกเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนอนากจะพิสูจน์ดูอยู่แล้วว่าอ.เอกมีวิชาแบบนี้จริงไหม เพราะถ้าต้องเสียเงินถึง 5 พันบาทแล้ว

แต่ในระหว่างการรักษาแล้วตนสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างเช่น กระแสไฟฟ้า คลื่นสัญญาน หรือเสียงมาสัมผัสให้ได้รับรู้ ตนก็ยอมเสียเงินและพร้อมจะเชื่อ แต่มันกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ที่ผ่านมาเคยไปรักษากับอาจารย์คนอื่นๆ ในทางศาสตร์สายนี้ แม้จะไม่หายกลับมาแต่ก็ไม่เคยถูกเรียกเก็บเงินตนจึงไม่ได้ติดใจอะไร แต่อ.เอกนั้นเป็นอาจารย์เพียงคนเดียวที่รักษาตนไม่หายแล้วยังมาเรียกเก็บเงินอีก ตนมาติดใจอาจารย์เอกก็ตรงนี้ และก็ไม่อยากให้ใครมาถูกหลอกเหมือนกับตนอีก

ด้านแม่ของนายหนึ่ง กล่าวว่า ตนตระเวนพาลูกชายรักษาอาการป่วยมาตลอด 3 ปี ทุกรูปแบบทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ควบคู่กันไปเพื่อต้องการให้ลูกชายหาย ซึ่งเงินจำนวน 5 พันบาทที่จ่ายเป็นค่ากระซิบหรือค่าลัดคิวนั้น ถ้ารักษาอาการลูกชายตนให้หายได้ตนก็ยินดีที่จ่ายไป

แต่นี่นอกจากรักษาไม่หายแล้ว ยังต้องเสียเงินจ่ายค่ายาที่สั่งให้ซื้อกลับมาอีก 2 ขวด เป็รเงิน 1,300 บาทไม่พอ ยังจะนัดให้เดินทางมารักษาเพิ่มอีก เหมือนเป็นการซ้ำเติมครอบครัวตนเองเลย และหากทางครอบครัวตนไม่จ่ายเงินค่ากระซิบหรือค่าลัดคิวจำนวน 5 พันบาทก็ต้องไปจ่ายเงินค่าจองคิว 1 พันบาทแล้ววัดดวงจับสลากเพื่อที่จะได้เข้ารับการรักษากับลูกศิษย์ของอาจารย์เอกแทน

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ กล่าวว่า ตนจะพาผู้เสียหายรายนี้ไปกบ่าวโทษร้องทุกข์ที่กองปราบต่อไป ซึ่งจากลักษณะพฤติกรรมเข้าข่ายในลักษณะเป็นการหลอกลวง เพราะเรื่องของการรักษานั้นจะต้องใช้วิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้มาเป็นตัวกำหนดไม่ใช่เอาไสยศาสตร์ความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้มากำหนดแทน เพราะถ้ามันพิสูจน์ได้จริง หายจริง คงไม่มีคนมานั่งร้องเรียนอยู่ตรงนี้

ซึ่งเมื่อวานนี้ทาง สปส.ได้แจ้งข้อหาไปแล้วคือ เรื่องสถานพยาบาล เรื่องกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม กฎหมายวิชาชีพแพทย์แผนไทย บวกกับความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ แต่ สปส.ยังไม่มีผู้เสียหาย แต่วันนี้มีผู้เสียหายแล้ว ตนเข้าใจหัวอกครอบครัวของผู้ป่วยที่ต้องดิ้นรนพยายามหาทางรักษาคนในครอบครัวด้วยวิธีการรักษาต่างๆ ก็เป็นทุกข์อยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ก็ยิ่งเป็นทุกข์ไปอีก เรื่องแบบนี้ทางนายแพทน์ชลน่าน รมว.สาธารณสุขต้องลงมาดูมาช่วยเหลือผู้เสียหายด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน