ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุยสมุทรปราการ แก้ปัญหาพื้นที่เขตตรวจราชการปริมณฑล 4 จังหวัด ดึงทุกภาคส่วนช่วยประชาชน
วันที่ 19 เมษายน 2567 ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดเขตตรวจราชการที่ 2 เพื่อมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรีและนครปฐม โดยมี นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุลกุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นางทัศนีย์ ผลชานิโก ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 2 และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย ซึ่งแต่ละจังหวัดได้รายงานถึงแนวทางการเสริมสร้างขีดความสามารถปัญหาอุปสรรคสำคัญเฉพาะพื้นที่จังหวัด
นายภูมิธรรม กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 2 ที่ตนกำกับดูแลในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และอีกบทบาทหนึ่ง คือ การกำกับติดตามงานในหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่จะเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการด้านการตลาดและการสร้างรายได้ ของภาคส่วนต่าง ๆ ตนฟังบรรยายสรุปข้อมูลเบื้องต้น สรุปได้ว่าจังหวัดขอรับการสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำสถานีสูบน้ำประตูระบายน้ำ/อาคารบังคับน้ำในหลายพื้นที่การก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำ/ ริมคลอง การขุดลอกคลองสาธารณะ พัฒนาปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ำ การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง การขุดลอกคลองสาธารณะ เพื่อจังหวัดและชุมชน จะสามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา น้ำแล้ง น้ำท่วม รองรับการระบายน้ำ น้ำทะเลหนุน และน้ำกัดเซาะชายฝั่ง
จังหวัดในเขตตรวจราชการที่ 2 มีการขยายตัวของชุมชนเมือง และนิคมอุตสาหกรรม ทำให้พื้นที่มีปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ทำให้เกิดมลพิษ และปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนความต้องการการพัฒนาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อรองรับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ในลักษณะของการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดและกลุ่มจังหวัด
จากการประชุมมอบนโยบายและข้อสั่งการสำหรับจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบที่ผ่านมา พบว่า มีปัญหาคล้ายกัน คือ ด้านการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความยากจน ด้านราคาสินค้าเกษตร ด้านยาเสพติด และด้านการท่องเที่ยว โดยให้ลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยยึดหลักนโยบาย 3C ได้แก่ Common ยึดประชาชนเป็นกลุ่มเป้าหมาย Connectivity ต้องบูรณาการเครือข่ายให้เกิดพลัง และ Can do สามารถทำได้ โดยให้คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายหลักตามภารกิจของหน่วยงาน และต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ดึงจุดแข็งของแต่ละจังหวัดหรือพื้นที่ดำเนินการ และต้องมีหลักคิดว่าสามารถดำเนินการได้จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ โดยเน้นการขับเคลื่อนนโยบาย และโครงการที่สำคัญในพื้นที่ ซึ่งมีประเด็นดังนี้
1.การผลักดัน Soft Power ของประเทศ ที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับโลก และภายในประเทศ
2.การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ ตามความจำเป็นเร่งด่วน ให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว และการขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้เป็นไปตามความจำเป็นและความสำคัญตามบริบทของจังหวัดเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า
3.การสนับสนุนโครงการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สำคัญ ดังนี้
- โครงการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร โดยใช้หลักตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และสร้างสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดตนเองให้ได้
- โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวในอนาคต
- โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด และหนี้นอกระบบ
- โครงการแก้ปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำ
- โครงการแก้ปัญหาสำคัญเร่งด่วนอื่น ๆ
จากศักยภาพและสภาพปัญหาของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ผมเห็นว่า ทั้ง 4 จังหวัด มีศักยภาพที่สามารถยกระดับการพัฒนาได้ โดยในส่วนของปัญหาด้านการระบายน้ำและผลักดันน้ำ การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร และปัญหาอุทกภัย ซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกปี ในวันนี้ผมได้เชิญรองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง) เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังปัญหา และขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ วิเคราะห์สภาพปัญหาพร้อมจัดทำแผนงานโครงการตามแผนงานป้องกันและแก้ไขภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงแผนความต้องการที่ได้จัดทำ และเสนอของบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนต่อไป



