ลูกสะใภ้ มหาภัย ทำร้ายร่างกาย แม่ผัว วัย 73 ปี ช้ำทั้งหน้า เย็บ 10 เข็ม เปิดปมลงมือ ด้าน ลูกชาย เผย แฟนบอกแม่ลื่นล้ม แต่เห็นบาดแผลแล้วไม่น่าจะใช่
วันที่ 4 ก.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พม.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข อบต.บางเสาธง ร่วมกันเข้าไปให้ความช่วยเหลือ คุณยายอุดม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า คุณยายถูกลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ พอเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ก็พบว่าคุณยายมีบาดแผลแตกจากการถูกของแข็งที่กลางศีรษะ และบาดแผลฟกซ้ำตามใบหน้าและร่างกาย

ลูกสะใภ้ มหาภัย ทำร้ายร่างกาย แม่ผัว วัย 73 ปี ช้ำทั้งหน้า เย็บ 10 เข็ม เปิดปมลงมือ ด้าน ลูกชาย เผย แฟนบอกแม่ลื่นล้ม แต่เห็นบาดแผลแล้วไม่น่าจะใช่
นอกจากนี้ ยังพบบาดแผลเก่าที่เคยถูกทำร้ายร่างกายจนต้องเย็บหลายเข็ม เจ้าหน้าที่จึงเข้าพูดคุยหาสาเหตุเบื้องต้นกับคุณยายและช่วยเหลือตามสิทธิ โดยเฉพาะพาตัวคุณยายไปตรวจรักษาร่างกายที่โรงพยาบาลบางเสาธง จากนั้นจะเข้าสู่ขบวนการ
จากการสอบถาม คุณยายอุดม ซึ่งมีบาดแผลฟกช้ำ มีรอยเย็บที่ริมฝีปากบน ใบหน้าและตาด้านซ้าย ปูดบวม แผ่นหลังมีรอยบาดแผล ศีรษะมีรอยแตก กล่าวว่า เรื่องเกิดจากฟันของตนหายไป ลูกสะใภ้เอาฟันของตนไปทิ้ง ตนก็ไปหาแต่ไม่เจอ
คุณยายอุดม กล่าวต่อว่า ส่วนบาดแผลที่ใบหน้าก็โดนลูกชายและลูกสะใภ้ตี เขาบอกว่าอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรือไง ตนก็เถียงไปว่า “กูหาฟันกู แล้วฟันแม่ไปไหน มึงเอาไปทิ้งไม่ใช่หรอ” เขาบอกว่า “อีดม มึงอยู่คนเดียวเถอะ” ที่ตนบอกว่าลื่นล้มก่อนหน้า ก็ลื่นล้มจริง ๆ ก็คือโดนตีล้ม ลูกไปวิ่งงานมาทียายก็เก็บเสื้อผ้า เอามาซักให้ เห็นเขาใส่ ๆ ไว้
คุณยายอุดม กล่าวอีกว่า ยายอยู่บ้านเฉย ๆ ก็ช่วยซักให้ มันก็หาว่าซักแล้วก็เอามาซักอีก ยายก็บอกไปว่า “กูเห็นมึงใส่ตระกร้า กูเอามาซักสิ” เมื่อนักข่าวถามว่า มีคนจะพาไปอยู่ที่อื่น เพราะกลัวว่ายายจะถูกทำร้ายอีก ยายอยากไปไหม ยายบอกว่า ชอบอยู่ที่นี่เพราะมันเงียบดี แต่จะให้ไปไหนก็ไป
ด้าน นายเอก ลูกชาย กล่าวว่า ปกติที่บ้านจะอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีตน แฟน ลูกอายุประมาณ 4 ขวบ และแม่ ช่วงเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วแฟนบอกว่าแม่ลื่นล้มหัวแตก และถ่ายรูปมาให้ดู ตนก็เลยกลับบ้านมาดู ก็พบว่าแม่มีรอยหัวแตกจริง ๆ เลยพาไปส่งโรงพยาบาล
นายเอก กล่าวต่อว่า พอไปส่งเสร็จ พอวันที่ 2 เขาก็บอกอีกว่า เขาลื่นล้มหน้าตาเขียวหมดเลย แล้วตนก็เลยพาไปหาหมออีกเมื่อคืน ปกติแม่ก็ไม่ได้มีบาดแผลบ่อย มีแค่เมื่อวานกับวันนี้ ส่วนตัวคิดว่าบาดแผลแบบนี้น่าจะโดนทำร้าย และลื่นล้ม มันบาดแผลไม่เหมือนกัน
นายเอก กล่าวอีกว่า ถ้าโดนทำร้ายมันก็จะมีบาดแผลแบบเขียว ฟกช้ำ แต่ถ้าลื่นล้มหรืออะไรหล่นใส่หัว ก็อาจจะมีรอยเจาะ แต่บาดแผลของแม่เป็นแบบรอยแตกยาว ส่วนสาเหตุตนไม่แน่ใจ แต่ทางแม่ชอบหลง ๆ ลืม ๆ ชอบทำอะไรแบบซ้ำ ๆ รื้อข้าวของทุกวัน แบบจะย้ายบ้านทุกวัน
นายเอก กล่าวว่า ส่วนแฟนก็จะเป็นคนคอยตามเก็บของ เขารักความสะอาด ถ้ามีอะไรเลอะเทอะ เขาก็จะบ่นนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับทำร้าย แต่พอหลัง ๆ แม่ตนก็เริ่มมีบาดแผลนิดหน่อย กับแฟน ตนจะอยู่อีกที่หนึ่ง เขาอยู่อีกที่หนึ่ง แต่เขาจะไปรับส่งลูกทุกวัน ตนก็ถามแฟนว่าเรื่องเกิดจากอะไร เขาบอกว่า แม่เอาผ้ามาซัก แล้วพื้นซึ่งมันเป็นพื้นกระเบื้อง พอน้ำมันแฉะแม่ก็ลื่นล้มหน้าไปกระแทกกับพื้น เขายืนยันว่าแม่ลื่นล้มเอง
นายเอก กล่าวต่อว่า แต่ส่วนตัวตนไม่ค่อยเชื่อ เพราะแม่มีบาดแผลตรงขอบตาบ้าง แก้มบ้าง แต่ถ้าถามว่าตรงขอบตาไปโดนอะไรมา มันถึงเขียวช้ำได้ขนาดนั้น ตนอยากขอให้หน่วยงานช่วยเหลือ ซึ่งตนไม่มีเวลาดูแลแม่ เพราะขับรถรับจ้าง ไปกลับไม่เป็นเวลา
นายเอก กล่าวด้วยว่า บางทีไปเวลา 03.00 น. ก็กลับมาเวลา 03.00 น.ของอีกวันก็มี กับแฟนได้พูดคุยว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ตนก็จะไม่ให้เขาดูแล เพราะไม่รู้ว่าแม่ไปโดนอะไรมา
ขณะที่ น.ส.กิตยาพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ 2 วัน ตนก็มาทำงานปกติ แล้วก็เดินเข้าไปทักยายเหมือนปกติทุกวันว่ายายกินข้าวหรือยัง ทีนี้ยายเขาก็เดินออกมา แล้วบอกว่าลูกสะใภ้ตีหัวเขา เขาก็กำตรงหัวและมีเลือดไหล หน้าซีด เราก็โทรถามว่าใครทำ เขาก็บอกว่าลูกสะใภ้ เข้ามาทำในที่เกิดเหตุของเรา เราก็พายายไปหาหมอ ก็จบไปที่ว่ายายเย็บไป 6 เข็ม
น.ส.กิตยาพันธ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นวันรุ่งขึ้น เราก็เรียกลูกน้องเรามาคุย พาพี่ที่รู้จักเข้ามา มาอาละวาดอะไรที่นี่กัน เราก็ไล่ออกไป พอวันรุ่งขึ้นเราก็เรียกคนขับรถของเรามา ก็คือลูกชายของยาย เรียกมาคุยว่าจะจัดการยังไง ดูแลยังไง เขาก็บอกว่าไม่มีคนดูแล ก็เลยให้ลูกน้องอีกคนพายายไปหาหมอให้ แล้วก็ให้คนที่ทำแม่เขารับผิดชอบ
น.ส.กิตยาพันธ์ กล่าวอีกว่า พอกลับมาประมาณเที่ยงคืนกว่า เขาก็เอารถมาเก็บแล้วออกไป เราก็โทรถามเขาว่าจะไปไหน ลูกชายเขาบอกว่าจะพาแม่ไปแจ้งความแม่โดนทำร้าย พอพายายไปโรงพยาบาลอีกก็เย็บอีก 4 เข็ม
น.ส.กิตยาพันธ์ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ยายมีร่องรอยถูกทำร้าย มีบาดแผลประจำ แต่เราก็ไม่เห็นว่าใครทำ เคยมีที่หนัก ๆ จะช่วงที่หน้าบวม เดือนที่แล้วคือหนักเลย เพราะช่วงนั้นไม่มีใครอยู่ที่ลาน หนักสุดก็คือ 2 เดือนหลังนี้ ส่วนตัวคิดว่ายายโดนทำร้ายแน่นอน เพราะหมอเขาก็ฟันธงว่าถูกทำร้ายแน่นอน แต่ตามตัวไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
ขณะที่ นางศรีนวล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี กล่าวว่า ทางลูกสะใภ้เขามาก็จะมาทะเลาะเอะอะตลอด จนคนงานคนอื่นไม่ได้นอน ก็เลยไล่ออกไป ส่วนลูกชายเขา เขาก็เอาแม่มาดูแลที่นี่ เขาก็ออกไปขับรถทำงาน บางทีก็กลับดึก บางทีก็มารับแม่ออกไปก็เลยมีการคุยกับลูกชายยายว่า จะมาทิ้งแม่ไว้แบบนี้ไม่ได้ ต้องหาคนดูแล เพราะมันอันตราย
นางศรีนวล กล่าวต่อว่า บ้านพักคนชราก็ได้ หรือญาติพี่น้องช่วยรับเลี้ยงก็ได้ แล้วก็ส่งเงินให้เขา เขาก็บอกว่า ไม่มีใครช่วยเลี้ยง อย่างเมื่อคืนเขาขับรถเทรลเลอร์ออกไป ไม่รู้เขาไปไหน โทรถามเขาก็บอกว่าจะไปแจ้งความ เราก็เลยบอกเขาให้เอารถมาเก็บ แล้วเอารถปิคอัพไปแจ้งความ ไปส่งโรงพยาบาล
นางศรีนวล กล่าวอีกว่า ส่วนตัวอยากให้มีหน่วนงานมาช่วยยาย เพราะกลัวยายโดนทุกวันแบบนี้ แล้วการที่ยายนอนอยู่ห้อง เราไม่รู้ว่าด้วยอายุของยาย เขาจะเจ็บปวดมากขนาดไหน กลัวว่าเขาจะช็อก กลัวจะถึงแก่ชีวิต
เบื้องต้นกระบวนการหลังจากนี้ พมจ.สมุทรปราการ เตรียมช่วยเหลือคุณยายในระยะยาว เพื่อสวัสดิ์ภาพและความคุ้มครองตามสิทธิ โดยอาจจะรับตัวคุณยายเข้าสู่บ้านพักคุ้มครองสิทธิต่อไป



