เปิดใจลูกสาว แม่ถูก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เปิดบริษัท หลอกเงินเก็บแม่ทั้งชีวิต 1.2 ล้าน ตร.เผยเป็นเคสแรกที่แก๊งคอล ลวงเป็นบริษัทปกติเป็นชื่อคน
เมื่อวันที่ 29 ม.ค.68 มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ถึงเรื่องราวและให้ช่วยแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์! ใครมีวิธีอะไรช่วยแนะนำทีทุกอย่างบังเอิญหรือถูกกำหนดแล้ว? แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเงิน 1,235,200 บาท ไม่คิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง
น.ส.สุณิสา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวคืออาทิตย์วันที่ 20-24 ม.ค. ที่ผ่านมา ปกติแม่จะอยู่บ้านหลาน แต่เค้าไปเที่ยวกัน อาทิตย์นั้นแม่จึงไปออฟฟิศกับเราในวันจันทร์-อังคาร วันพุธเรามีไปกินเลี้ยงแม่เลยได้อยู่บ้านคนเดียว วันพฤหัสและศุกร์มันน่าจะขู่แม่ให้อยู่บ้าน (แม่น่าจะกลัวมาก) เลยไม่ได้ไปออฟฟิศด้วยในวันอังคารที่ 21 ม.ค.68 เหมือนว่าขบวนการนี้จะโทรมาพูดคุยเพื่อโน้มน้าวให้ซื้อสินค้า
โดยใช้วิธีสังเกตการพูดคุยและพฤติกรรมของแม่ก่อนประมาณ 30 นาที จนน้องที่ออฟฟิศต้องบอกให้ไปช่วยแม่คุย ทางนั้นจึงวางไป (อันนี้เป็นสิ่งที่เดาอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว) วันพุธที่ 22 ม.ค.68 เวลา 10.15 เป็นเวลา 15 นาที 29 วินาที อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือแห่งหนึ่ง พอรู้ว่าแม่อยู่คนเดียว จึงคุยข่มขู่และโอนสายให้คนที่อ้างเป็นตำรวจ พร้อมบอกข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องครบถ้วน
บอกแม่ว่าชื่อถูกใช้เป็นบัญชีม้า ทำให้แม่ซึ่งเป็นแพนิคอยู่แล้ว หลงเชื่อและทำตามคำสั่งของคนร้าย เบอร์ลงท้าย 6864 แอดไปขึ้น ศปก.ภอ.เมืองตาก แม่ถ่ายรูปทรัพย์สินและบัญชีธนาคารทั้งหมดส่งให้มัน ไม่บอกเรื่องนี้กับใคร
เพราะมันขู่ว่าครอบครัวจะซวยไปด้วยถูกจับทั้งหมด เย็นวันนั้นแม่ให้พ่อพาไปธนาคาร เพื่ออัพเดตบัญชี เพราะทางปลายสายแจ้งว่า เงินจะถูกดึงออกจากบัญชี เมื่อเงินอยู่ครบแม่จึงวางใจ พ่อถามแม่บอกไม่มีอะไรสังหรณ์ใจว่าเงินจะหาย
ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค.68 คนร้ายโทรมาอีกครั้งและข่มขู่หลอกให้แม่โอนเงินสดจำนวน 700,000 บาท โดยบอกว่า จะตรวจสอบและดูแลเงินให้ ไม่งั้นเงินจะถูกอายัดหมด
นอกจากนี้ ยังมีคนปลอมตัวเป็นแม่ใช้เบอร์ 094xxx-xxxx โทรไปแจ้งธนาคารว่าโทรศัพท์หาย ขอให้บล๊อกแอป (เพื่อให้เชื่อว่าสามารถอายัดเงินในบัญชีได้) พร้อมกันนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังหลอกให้แม่นำทองจำนวน 11 บาทไปขายได้เงินมา 5 แสนกว่าบาท และก็หลอกให้แม่โอนให้อีกหมดบัญชีเลย
วันต่อมาศุกร์ที่ 24 ม.ค.68 คนร้ายโทรมาอีกครั้ง พร้อมหลอกให้แม่นำทองไปจำนำไม่งั้นจะถูกยึด แม่โอนเงินสดเพิ่มเติมไปยังบัญชีปลายทาง ซึ่งเป็นของ บริษัท จำกัดแห่งหนึ่ง โดยโอนเงินไปยังบัญชีของบริษัทดังกล่าวถึง 2 ครั้ง ความเสียหายอยู่ที่ 1,253,200 บาท และยังมีสายแจ้งว่ามาจากกองปราบ ในวันเสาร์มาแจ้งว่า เบอร์ที่แจ้งตำรวจไปเป็นพนักงานส่งของ เบอร์ถูกระงับจึงโทรมาหา
จากนั้นคนที่อ้างเป็นกองปราบขอเบอร์ที่ติดต่อในคดี และเบอร์ผู้กองไป ลองแอดเบอร์ที่บอกว่าเป็นกองปราบ ไม่ขึ้นรูปชื่อโปร์ไฟล์คือ 1234567890 วันศุกร์โทรแจ้งตำรวจไซเบอร์ 1441 และไปแจ้งความที่สภ.ปทุมธานี ตำรวจบอกว่าอัดยัดบัญชีปลายทางแล้ว
พยายามหาข้อมูล โทรแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม รับฟังแล้วบอกให้รอ ให้ส่งไว้ทางไลน์ วันจันทร์เจ้าหน้าที่จะมาไล่อ่าน เพราะคดีเยอะ ต้องสืบเส้นทางการเงิน ธนาคารแนะนำว่าให้นำใบแจ้งความมา กสิกรบอกว่าให้ทำตามคำแนะนำของตำรวจ
ซึ่งตำรวจบอกว่าอายัดตั้งแต่เราร้องไปที่ไซเบอร์แล้ว ตำรวจแจ้งว่าอันนี้เป็นเคสแรกที่ปลายทางเป็นบริษัทปกติเป็นชื่อบุคคล ซึ่งตนก็อยากฝากบอกให้แก้ที่ตนเหตุ ธนาคาร เครือข่ายโทรศัพท์ และก็ประทับใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว
และอยากฝากบอกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้นึกถึงใจเขาใจเรา และนี่ก็เป็นเงินเก็บของแม่และครอบครัว กว่าจะหามาได้ก็ยากลำบากแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ไม่กล้าปล่อยแม่ไว้คนเดียว เพราะกลัวว่าแม่จะคิดมาก นอกจากนี้ ตนเองยังทำรูปภาพเส้นทางการเงินว่า เงินที่ออกไปจากแม่ของตนแล้วไปเข้าบัญชีไหนมาก
ด้านนางนงคราญ อายุ 62 ปี บอกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วิดิโอคอลหาตนโดยไม่เห็นหน้า และบอกว่าทุกคำพูดบันทึกเสียงไว้หมดแล้ว ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจ และมีเอกสารวางเต็มไปหมด ส่วนที่ตนนำทองไปขายนั้นวางสายก่อน และหลอกว่ามีคนติดตามเราอยู่


